มือชา ข้อมือเจ็บ

มีใครบ้างาน ทำงานจนเจ็บมือ มือชาเหมือนกันบ้างคะ?

เราโหมงานจนไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองซะเท่าไร

คุณหมอตรวจแล้วบอกว่าเป็น Capal tunnel syndrome ซึ่งทำให้มีอาการชาที่มือได้ เกิดจากการที่ทำงานกับคอม ใช้เมาส์เยอะ

รักษาโดยการทำเลเซอร์ ละก็ออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง (ยังไม่ได้ออกเลยค่ะ🥹) หลังทำอาการชาไม่กลับมาเป็นแล้วถือว่าดีเลยล่ะ!

ไปลองดูกันได้ฮะ ที่ ORTHOs PARK

⏰ : เปิดทุกวันยกเว้นวันศุกร์ เราไปวันเสาร์เปิด 9-19.00 น.

📌ข้อดี / ข้อเสีย: หมอหล่อ(😂) เอ้ยได้รักษากับหมอกระดูกจริงๆ / ต้องจอง

🗣ข้อแนะนำ: จอดรถได้หน้าคลินิกหรือที่จอดรถของคลินิกซอยข้างๆ

#กายภาพบําบัด #หมอออโธ #ป้ายยากับlemon8 #เชียงใหม่บอกต่อ #หมอหล่อบอกต่อด้วย

2025/10/26 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมCapal Tunnel Syndrome หรืออาการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือเป็นปัญหาที่หลายคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ประสบเจอ ซึ่งเกิดจากการกดทับเส้น median nerve ในช่องคอพัลทัลฯ ส่งผลให้เกิดอาการมือชา ปวดข้อมือ หรือแม้แต่กล้ามเนื้ออ่อนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาการอาจรุนแรงขึ้นจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในปัจจุบัน การรักษา Capal Tunnel Syndrome ได้รับความนิยมในการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ความเข้มสูง (High Power Laser) ซึ่งช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการฟื้นฟูเส้นประสาทอย่างมีประสิทธิภาพ การทำเลเซอร์ควบคู่กับการออกกำลังกายเฉพาะเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อมือ ช่วยป้องกันไม่ให้อาการกลับมาเป็นซ้ำ ORTHOs PARK ศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและกายภาพบำบัดที่เชียงใหม่ เป็นคลินิกที่มีการใช้เครื่อง High Power Laser ในการรักษา พร้อมทั้งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ข้อดีของการรักษาที่นี่คือได้พบแพทย์กระดูกผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และสถานที่มีความสะดวกในการจอดรถ รวมถึงมีระบบการนัดหมายที่ดี ช่วยลดเวลาการรอคอย ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อมือถูกใช้งานหนักหรือท่าเดิมๆ ตลอดเวลา และหมั่นบริหารมือด้วยท่ากายภาพบำบัดที่เหมาะสม เช่น การยืดข้อมือ การบริหารนิ้วมือ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และการปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น การจัดวางอุปกรณ์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยลดความตึงเครียดบริเวณข้อมือ โดยสรุป การดูแลมือชาและข้อมือเจ็บจาก Capal Tunnel Syndrome ต้องอาศัยการรักษาที่ถูกวิธีร่วมกับการปรับพฤติกรรมการทำงาน ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคืนความแข็งแรงและป้องกันไม่ให้อาการกลับมา ซึ่งจะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดปัญหาการเจ็บปวดในอนาคต