Automatically translated.View original post

Rice mush, berry.😂

3/27 Edited to

... Read moreบ้านไหนกำลังหา “อาหารที่มีประโยชน์” ให้ลูกเล็ก ๆ และอยากฝึกลูกกินข้าวเอง เมนูข้าวต้มข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นตัวเลือกที่เราชอบมากค่ะ เพราะอิ่มท้อง นุ่ม กลืนง่าย และยังได้ประโยชน์จากข้าวสีม่วงอย่างไรซ์เบอร์รี่ (ไฟเบอร์/วิตามิน/สารต้านอนุมูลอิสระ) แบบที่แม่รู้สึกสบายใจว่าอย่างน้อยมื้อนี้สุขภาพลูกดี วิธีที่เราทำแบบง่าย ๆ (สไตล์แม่บ้านยุ่ง ๆ) 1) หุงหรือเตรียมข้าวไรซ์เบอร์รี่: ถ้ามีเวลาจะหุงให้สุกนิ่มกว่าปกตินิดนึง หรือหุงไว้แล้วแช่ช่องฟรีซเป็นก้อน ๆ เวลาจะทำข้าวต้มก็หยิบออกมาง่าย 2) ต้มให้นุ่ม: ใส่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + น้ำซุป/น้ำเปล่า ต้มไฟอ่อน คนเป็นระยะจนได้ความข้นที่ลูกกินได้ ถ้าลูกเล็กมาก ๆ เราจะต้มให้นานขึ้นให้เม็ดข้าวบานและนิ่มสุด ๆ 3) เพิ่มโปรตีนและผัก: ใส่ไก่สับ/หมูสับ/ปลาขาวฉีก หรือเต้าหู้ไข่ แล้วตามด้วยผักนิ่ม ๆ เช่น แครอท ฟักทอง ตำลึง หรือผักโขม (สับละเอียด) จะได้ครบหมู่มากขึ้น 4) ปรุงรสแบบเด็ก: สำหรับเด็กเล็กเราเลี่ยงเค็มและไม่ใส่ผงชูรส เน้นรสหวานธรรมชาติจากผัก/เนื้อสัตว์แทน ถ้าลูกโตหน่อยค่อยปรุงเบา ๆ ตามวัย ทริคฝึกลูกกินข้าวเองให้ไม่ปวดหัว (แต่แม่อาจเหนื่อยตอนเก็บ) - ทำให้ข้าวต้ม “ข้นพอดี”: ถ้าเหลวมากจะหกง่าย ถ้าข้นนิด ๆ จะตักง่ายขึ้น - ใช้ช้อนเด็กด้ามสั้น + ชามก้นลึก: ช่วยให้ตักติดช้อนมากขึ้น - แบ่งใส่ถ้วยเล็กทีละนิด: หกแล้วไม่เสียทั้งชาม และช่วยคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกิน - ปูผ้ากันเปื้อน/แผ่นรองพื้นไว้เลย: จะได้ไม่เครียดกับสภาพแม่ตอนเก็บ (บอกตัวเองว่าเป็นขั้นตอนการเรียนรู้) เก็บและอุ่นยังไงให้สะดวก เรามักทำเผื่อ 1–2 มื้อแล้วแช่ตู้เย็นได้ประมาณ 1 วัน (หรือแช่แข็งเป็นก้อน) เวลาอุ่นเติมน้ำซุป/น้ำเปล่านิดหน่อยแล้วอุ่นให้เดือดอีกครั้ง เนื้อข้าวต้มจะกลับมานุ่มกินง่ายเหมือนเดิม ถ้าใครเพิ่งเริ่มทำข้าวต้มข้าวไรซ์เบอร์รี่ แนะนำเริ่มจากต้มให้นิ่มมาก ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับให้มีเทกซ์เจอร์ขึ้นตามวัยลูกค่ะ รับรองเป็นเมนูสุขภาพที่ทำซ้ำได้เรื่อย ๆ และเข้ากับช่วงฝึกลูกกินข้าวเองสุด ๆ