Automatically translated.View original post

Aiera brown rice easy to eat

5/30 Edited to

... Read moreหลายคนที่ค้นหา “ข้าวหอมนิล” มักกำลังมองหาข้าวสุขภาพที่อร่อย กินง่าย และเหมาะกับคนคุมน้ำตาล/คุมน้ำหนัก เราเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่พอกินข้าวกล้องแล้วรู้สึกแข็ง เคี้ยวยาก เลยลองสลับหลายแบบ สุดท้ายพบว่าถ้าเลือกชนิดข้าวให้เหมาะ + หุงให้ถูก วิธีทานข้าวสุขภาพจะง่ายขึ้นมาก ข้าวหอมนิลคือข้าวสีม่วงเข้ม กลิ่นหอม เนื้อสัมผัสจะหนึบกว่าข้าวขาวนิดหน่อย จุดเด่นคือมีสารแอนโทไซยานิน (สีม่วง) ทำให้หลายคนชอบเลือกเป็น “ข้าวสุขภาพ” ส่วนข้าวกล้องหอมมะลิแท้ (อย่างที่เราเห็นบนถุงตราพญาไอยรา) จะเป็นข้าวกล้องที่ยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดอยู่ กลิ่นหอมแบบหอมมะลิ แต่รสและสัมผัสจะนุ่ม-หอมกว่า “ข้าวกล้องทั่วไป” ถ้าหุงดีๆ จะทานง่าย ไม่ฝืดคอ ถ้าเป้าหมายคือ “ทานง่าย” แนะนำเริ่มจากข้าวกล้องหอมมะลิก่อน เพราะกลิ่นหอมคุ้นเคย กินกับกับข้าวไทยๆ แล้วเข้ากัน ส่วนข้าวหอมนิลเหมาะกับวันที่อยากได้ความหนึบๆ หรือทำเป็นข้าวผสม (จะช่วยให้สีสวยและเพิ่มความน่ากิน) ทริคหุงให้ข้าวกล้อง/ข้าวหอมนิลนุ่มขึ้น (ทำตามแล้วต่างจริง) 1) ล้างเบาๆ 1–2 น้ำพอ ไม่ขัดแรง จะยังหอม 2) แช่น้ำก่อนหุง 20–40 นาที โดยเฉพาะข้าวหอมนิล จะช่วยให้เมล็ดคลายตัว 3) เพิ่มน้ำกว่าข้าวขาวเล็กน้อย: ถ้าหุงหม้อหุงข้าวทั่วไป ลองเพิ่มน้ำอีกประมาณ 10–20% แล้วค่อยปรับตามเนื้อข้าวที่ชอบ 4) พอข้าวสุกแล้ว “พักข้าว” 10 นาที ก่อนตัก จะนุ่มและฟูขึ้น ไอเดียทานให้ไม่เบื่อ (เหมาะกับสายคุมหวาน/น้ำตาลต่ำ) - ผสมข้าวหอมนิล 1 ส่วน + ข้าวกล้องหอมมะลิ 2 ส่วน: ได้ทั้งความหอมและความหนึบแบบกำลังดี - จับคู่กับโปรตีนย่อยง่าย เช่น ไก่ย่าง ปลา ไข่ต้ม และผักเยอะๆ จะอิ่มนาน - ถ้ากลัวแข็ง ให้ทำเป็น “ข้าวต้มข้าวกล้อง/ข้าวหอมนิล” โดยใช้ข้าวหุงสุกแล้วมาต้มเพิ่ม เนื้อจะนุ่มมากและทานสบายท้อง สรุปแบบเลือกเร็ว: ถ้าอยากเริ่มกินข้าวสุขภาพแบบไม่ฝืน แนะนำข้าวกล้องหอมมะลิแท้ก่อน (อย่างตราพญาไอยรา) แล้วค่อยเพิ่มข้าวหอมนิลเป็นข้าวผสม พอทำเป็นนิสัยได้ จะได้ทั้งสุขภาพและความอร่อยไปพร้อมกัน