อยู่มา 2 ปี นี่แหละระบบที่เจอ ✋🏻
เกริ่นก่อนว่า แพมเรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อมค่ะ เป็น1ในสาขาของคณะสาธารณสุข และทำงานในตำแหน่งนักวิชาการ (นวก.) สาสุข
ระบบราชการแบบที่เราเคยเข้าใจ คืองานสบาย เช้าชาม เย็นชาม ทำเอกสารนั่งตากแอร์เย็นๆแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปเลย แต่พอมาได้เข้ามาอยู่ในระบบมันไม่ใช่เลยค่ะ ต่างกั นสุดขั้ว (แล้วแต่ที่ด้วยนะ ขอไม่เหมารวม)
✅ ที่แรกทำอยู่ รพช.สังกัดสำนักปลัดฯ
ภาระงานก็จะเป็นนวก.จ๋า ทำตั้งแต่ดูไฟยันเป็นวิทยากร ทำได้ทุกอย่างจริงๆค่ะ แต่งานสนุกเพราะชอบทำงานลุยๆค่ะ หน.จะปล่อยให้ตัดสินใจเอง ลุยเอง อยากได้อะไรขอให้บอกจะสนับสนุนเต็มที่ พูดง่ายๆคือทีมดี เพื่อนร่วมงานดี แต่ระบบมันห่วย !!! และถ้าถามว่าสังคมในรพ.เป็นแบบไหน ทุกคนจะทำงานเกี่ยวข้องกันหมดค่ะ ถ้ามีเคสใหญ่ๆและพยบ.ไม่พอ ทุกคนในรพ.รวมถึงพี่ยามจะต้องลงไปช่วย
❌ระบบห่วย คือ ส่วนกลางไม่มีงบประมาณจัดสรร จนท.ทำงานหนักและเหนื่อย โดยเฉพาะค่าตอบแทนที่ควรจะได้ก็ไม่ได้ตกเบิกหลายเดือน ติดหนี้กันวุ่ยวายเหมือนที่เป็นข่าว ส่วนนโยบาย/มาตรการที่รบ.ออกมาให้ทุกคนเห็น ก็ใช้ไม่ได้จริง ตัวชี้วัด จุดเน้น เกณฑ์ต่างๆที่ให้หน่วยงาน ทำเยอะมากค่ะ โดยมองแต่ outcome ที่เป็นตัวเลข ซึ่งมันวัดอะไรได้ไม่จริง เพราะส่วนใหญ่ก็ make ขึ้นมาทั้งนั้น
✅ที่สอง ทำอยู่สำนักงานป้องกันควบคุมโรค สังกัดกรมควบคุมโรค แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจลาออกจากที่แรกมาทำที่นี่ค่ะ งานที่นี่จะมองเป็นภาพใหญ่เลยนะคะ เป็นภาพเขตดูหลายจังหวัด
ภาระงาน ส่วนใหญ่งานเอกสารและมีลงพื้นที่บ้าง นั่งอยู่ออฟฟิศที่ทำสไลด์แคนวานำเสนอ เขียนหนังสือราชการให้จังหวัด รับงานโดยตรงจากส่วนกลางกระจายให้จังหวัดและพื้นที่ที่รับผิดชอบอีกที ส่วนนโยบาย ตัวชี้วัดเยอะกว่ารพ. การประเมินขั้นเงินเดือนให้น้อย (ต่ำกว่า4%) ค่าตอบแทนน้อยกว่า การแข่งขันสังคมทางการเมือง ความกดดันสูง สวัสดิการ เช่น ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าทำความสะอาด หรือการซ่อมแซมต่างๆของแฟลตต้องจัดการเอง ไม่เหมือนรพ.ที่มีให้ และที่ห่วยนั่นก็คือ ระบบอีกเช่นกันค่ะ
❌ ห่วย คือ จากที่แรก2-3X ความเท่าเทียมเป็นศูนย์ ยิ่งถ้าเป็นหน่วยงานใหญ่ยิ่งมีน้อย ความเห็นแก่ตัวก็มีสูงค่ะเนื่องจากระบบมันบีบบังคับให้เราเป็นแบบนั้น
❌ห่วย คือ การเบิกจ่ายงปม.ต่างๆไม่ตรงไปตรงมา (ซึ่งเป็นทุกที่ในระบบราชการไทย) และก็วัดประสิทธิภาพการทำงานด้วยตัวเลข ซึ่งก็ make มาได้อีก
❌ห่วย คือ ผู้บริหารระดับสูง ไม่ได้เห็นความสำคัญของปัญหาที่แท้จริง ถ้านึกไม่ออกก็เหมือนรบ.ในปัจจุบันค่ะ
ส่วนตัวมองแล้วมันน่าเสียดายที่องค์กรเรามีคนเก่งเยอะมากแต่ต้องมาแพ้เพราะระบบมันเฮงซวยและคนแก่ที่ไม่ยอมรับฟังความเห็น แต่ที่ยังอยู่เพราะเรายังไปไหนไม่ได้ ภาระหนี้สินที่แบกอยู่ก็หนักพอตัว การได้ทำงานราชการก็มีข้อดีอยู่ค่ะ แต่ถ้าเลือกได้ไม่อยู่ดี กว่า 55555
ใครอ่านมาถึงตรงนี้อยากบอกว่า งานราชการทุกที่ไม่ได้เป็นแบบนี้นะคะ แต่ระบบมันเป็นแบบนี้ (90%) และไม่ได้ขอให้ใครมาเข้าใจแค่อยากให้ทุกคนเตรียมตัวและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ถ้าหากวันใดวันหนึ่งรู้สึกอยากจะออกจากตรงนี้เราก็จะพร้อมออกได้ทันที 🙌🏻❤️ สู้ๆค่ะ
#โตขึ้นจึงรู้ว่า #แชร์ประสบการณ์ #งานราชการ #อุทาหรณ์เตือนใจ
หลังจากที่ได้ทำงานราชการมา 2 ปีในตำแหน่งนักวิชาการด้านสาธารณสุขศาสตร์ ในสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม ผมได้เรียนรู้ว่าแนวคิดที่เราเคยมองว่า "งานราชการสบาย" หรือ "เช้าชามเย็นชาม" นั้นต่างจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ในความเป็นจริง งานราชการโดยเฉพาะในหน่วยงานสาธารณสุข มีภาระงานที่หนักและหลากหลาย ต้องรับผิดชอบตั้งแต่การลงพื้นที่ ไปจนถึงการทำเอกสารราชการและวิเคราะห์รายงานอย่างละเอียด นอกจากนี้ ระบบการบริหารและการจัดสรรงบประมาณที่ไม่โปร่งใส รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ยังมีช่องว่างในด้านการสื่อสารและการยอมรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้ สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือการวางกรอบตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่เน้นผลลัพธ์เป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว ซึ่งบางครั้งไม่ได้สะท้อนถึงงานจริงหรือคุณภาพของงานที่ทำ และสร้างแรงกดดันทางสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีระบบการแข่งขันสูงและการแข่งขันทางการเมืองภายในองค์กร ผมอยากแชร์ให้พี่น้องที่กำลังจะเข้าสู่งานราชการเตรียมความพร้อมรับมือกับระบบและสภาพแวดล้อมเหล่านี้ อันดับแรกควรตั้งใจพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะทางที่จำเป็น รวมถึงฝึกความยืดหยุ่นและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และหากในอนาคตรู้สึกว่าสิ่งที่เจอไม่ตรงกับคาดหวัง ควรมีแผนสำรองสำหรับทางเลือกในอาชีพอื่น ๆ ในฐานะหนึ่งในข้าราชการ ผมเองก็มีภาระและหนี้สินซึ่งทำให้ยังอยู่ในระบบนี้ แต่ก็เห็นคุณค่าของบรรยากาศการทำงานร่วมกับทีมที่ดีและมีความตั้งใจ ทำให้ได้ประสบการณ์และทักษะที่มีประโยชน์ในระยะยาว สุดท้ายนี้ ทุกท่านที่ทำงานราชการหรือกำลังพิจารณาจะเข้าสู่สายงานนี้ ควรเข้าใจว่าระบบราชการ 90% อาจยังมีข้อจำกัดและปัญหาหลายอย่าง แต่ความอดทน พร้อมพัฒนาตัวเอง และมีใจที่รักในการบริการประชาชน จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุขกับงานที่ทำจริง ๆ

ก็หมอคุม คนสาธารณสุขไม่ได้คุม