ค่าใช้จ่ายในการไปฮ่องกง 🇭🇰 4 วัน 3 คืน

สวัสดีค่าชาว Lemon 8 🍋 วันนี้เราจะมาแชร์เรื่องค่าใช้จ่ายในการไปฮ่องกงของเรา

🛩️ ขาไป airasia (ไม่รวม นน. กระเป๋า) 💸 2,293 ฿

ขากลับ emirates (รวม นน. 25 kg , อาหาร) 💸 3,260 ฿

🏢 โรงแรม Ramada Hong Kong Grand View 💸 3,244฿ (ราคาดี ห้องกว้างมากกก)

อยู่ฝั่ง North point นะคะ เดินไป mtr ประมาณ 5 นาที 🪄 ข้อเสียอย่างเดียวเลยคือ ใกล้ตลาด ระหว่างทางเดิน มีกลิ่นแรง แต่!! มันมีทางเดินอีกฝั่งนะ เดินไกลกว่านิดนึงแต่ไม่ผ่านตลาดเลย

🎡🎢 Disneyland 💸 2,625฿

ซื้อผ่านแอพ klook นะ (มีป็อปคอร์นให้ด้วย)

🍝 เซตอาหารใน Disneyland 💸 375฿

📲 eSIM + ประกันการเดินทาง 💸 499฿

เราซื้อของ vacay นะ ราคาดี ติดตั้งง่าย

📸 เช่ากล้อง 💸 3,200฿

** จริงๆไม่จำเป็นเลยนะ🥹แต่เรามันติดแกรมอยู่แล้ว จัดไปดิค้าบบบ

💸 แลกเงินสดก่อนบิน 15,000฿

แบ่งใส่ octopus 300 $HKD ใช้ไม่หมดเหลือในบัตรกลับมาด้วยนะะ 😅

รวมทุกอย่าง 30,496 🫣

** ทุกคนแต่เราจะบอกว่าจริงๆแลกเงินไปแค่ 10,000฿ ก็ใช้พอนะ เพื่อนเราแลกไปเท่านั้นคือพอดีเป๊ะ **

📍 สรุปนะ ฮ่องกงถูกแค่ค่าเครื่องจริงๆ ของกินราคาสูงทุกอย่าง แต่จานเค้าใหญ่นะกิน2คนอิ่ม แต่หลายๆร้านบังคับให้สั่งคนละจาน การเดินทางเราว่าไม่จำเป็นต้องนั่ง taxi เลย นั่งmtr ก็คือไปได้ทุกที่ รองเท้าที่ใส่ก็สำคัญ เน้นใส่เดินแล้วไม่ปวดเท้า เพราะเดินวันละ 25,000+ ก้าว ทุกวันจ่ะ 🥲

บัตร octopus จำเป็นมากๆ ออกจาก ตม. ก็ซื้อที่สนามบินได้เลยค่ะ

อันนี้เป็นแค่แนวทางเฉยๆนะคะว่าควรเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่ เราเน้นกินอิ่ม ช็อปปิ้ง ซื้อของได้จุใจ ไม่ประหยัด*

#ค่าใช้จ่ายฮ่องกง #บินไปฮ่องกง #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #ฮ่องกง2025

2025/12/8 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังวางแผนไปเที่ยวฮ่องกง 4 วัน 3 คืน ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างทริป ดังนี้ 1. ตั๋วเครื่องบิน: สายการบินที่เลือกบินไปและกลับจะมีผลต่อราคาด้วย อย่างในรีวิวนี้เลือกบินขาไปด้วย AirAsia และขากลับ Emirates ซึ่งรวมโหลดกระเป๋า 25 กิโลกรัมและอาหาร ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างกัน รวมถึงควรเผื่อเวลาจองและเช็คราคาดีลโปรโมชั่นเพื่อให้ได้ตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด 2. โรงแรม: Ramada Hong Kong Grand View เป็นที่พักที่ราคาดีและห้องกว้าง แต่ตั้งอยู่ฝั่ง North Point เดินทางง่ายใกล้สถานี MTR เพียง 5 นาที ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่นจากตลาดใกล้เคียง ทางเลือกคือเดินรอบอีกฝั่งเพื่อลดการสัมผัสกลิ่นดังกล่าวและได้บรรยากาศที่แตกต่าง 3. บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว: Disneyland เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด การซื้อบัตรผ่านแอพ Klook ช่วยให้สะดวกและบางครั้งได้รับโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ป็อปคอร์นฟรี 4. อาหาร: เซตอาหารใน Disneyland ราคาค่อนข้างสูง แต่ปริมาณมากพอสำหรับสองคน นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องงบประมาณสำหรับอาหารอื่นๆ เนื่องจากราคาของกินในฮ่องกงอาจสูงกว่าที่คิดและบางร้านมีนโยบายสั่งอาหารต่อคนเพื่อคุมปริมาณ 5. การเดินทางในฮ่องกง: ระบบขนส่งมวลชนดีมาก ใช้ MTR เป็นหลัก แทนการนั่งแท็กซี่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และบัตร Octopus Card จำเป็นมากในการเติมเงินและสั่งจ่ายได้สะดวก ควรซื้อได้ตั้งแต่สนามบินเมื่อผ่าน ตม. จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างคล่องตัว 6. eSIM และประกันเดินทาง: การใช้ eSIM จากผู้ให้บริการอย่าง Vacay Plus ทำให้รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตตลอดทริปโดยไม่ต้องเปิดโรมมิ่ง ราคาน่าคบและติดตั้งง่าย 7. อุปกรณ์เสริม: การเช่ากล้องคุณภาพสูงอย่าง Canon G7X ช่วยเก็บภาพสวยๆ แต่ไม่จำเป็นสำหรับคนที่ไม่เน้นถ่ายภาพมากนัก สุดท้าย แนะนำให้แลกเงินสดพอประมาณ เช่น 10,000 บาท ก็น่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในฮ่องกงที่กินอิ่ม ช็อปปิ้ง และเดินทางตามรีวิวโดยไม่ประหยัดเกินไป การเตรียมรองเท้าที่ใส่สบายและซัพพอร์ตเท้าดีจะช่วยให้เดินเที่ยวได้ยาวนาน กว่า 25,000 ก้าวต่อวัน ทริปนี้เป็นตัวอย่างการวางแผนเที่ยวฮ่องกงที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในเรื่องงบประมาณและไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ขอให้ทุกคนได้มีความสุขกับทริปฮ่องกงที่คุ้มค่าและประทับใจค่ะ