เรียนนิติ(มธ)ยังไง ให้สอบผ่าน❓
“รู้จักตัวเองว่าต้องทำยังไง เนื้อหาถึงเข้าหัว”
เรื่องที่เราอยากบอกก่อนคือการเรียนมันไม่มีสูตรกลางๆตายตัวที่เหมาะกับทุกคน การอ่านหนังสือเป็นกองหรือการนั่งถอดเทปที่เรียนใหม่มันไม่การันตีว่าเราจะเรียนได้คะแนนดี วิธีการเรียนบนโลกนี้มีหลายวิธีมาก ประเด็นคือเราต้องรู้ว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหน บางคนนั่งอ่านเงียบๆแล้วจะเข้าหัว บางคนต้องติวให ้คนอื่น บางคนต้องอ่านออกเสียง และสำหรับเรา คือเราต้อง “ไปเรียน“
ไปเรียนที่ไม่ได้แปลว่าเรียนจากการนั่งฟังคลิป แต่คือการตื่นเช้าแล้วลากสังขารไปนั่งฟังบรรยายในห้อง เราก็เคยคิดว่ามันไม่ต่างจากการถอดเทปในหอตัวเองหรอก แต่จริงๆมันต่างมาก บรรยากาศในห้องเรียน การได้มีปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ตัวเป็นๆมันทำให้สมองเรา active ขึ้น
และการที่สมอง active ขึ้น มันกระตุ้นให้เราอยาก catch up เนื้อหาที่อาจารย์กำลังบรรยายหน้าห้องได้ดีกว่าการนั่งฟังคลิปย้อนหลัง เพราะการเรียนในห้อง สำหรับเรามันคือ ”ปัจจุบัน“ ที่ถ้าเราเข้าใจมันจะรู้สึกสนุกไปกับเนื้อหาความรู้ใหม่
นอกจากการเข้าเรียนแล้ว อีกอย่างที่เราชอบทำคือการหาประเด็นไปถามอาจารย์หลังเลิกคาบ คือให้นั่งคิดต่อยอดจากบทเรียนที่กำลัง เรียนอยู่ ณ ตอนนั้นด้วยคำว่า ”แล้วถ้ามันเป็น…xxx…ล่ะ? ผลที่ได้มาจะเป็นแบบไหน? จะต่างไปจากตัวอย่างที่อาจารย์ยกมาในสไลด์มั้ย?“ แนวคำถามเบสิคแบบนี้เวลาไปคุยกับอาจารย์หลังเลิกเรียนจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเอง ”เข้าใจเนื้อหามากพอที่จะต่อยอดไปเป็นคำถามได้“ และสิ่งที่ตามมาคือความมั่นใจ (ซึ่งความมั่นใจเป็นเรื่องที่สำคัญพอๆกับความรู้ในหัวเลย มันจะทำให้เรารู้สึกตอนอยู่ในห้องสอบว่า เรา-เอา-อยู่)
นอกจากเรื่องไปเรียนในห้องและตั้งคำถามกับอาจารย์แล้ว อีกเรื่องที่เราชอบทำในช่วงเข้าเดือนคือการอ่านข้อสอบเก่าทั้งที่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้อนั้นมันมีประเด็นไหนบ้าง อย่ารออ่านเนื้อหาให้เสร็จแล้วค่อยตามไปทำข้อสอบ ให้ทำทั้งที่ยังไม่เริ่มอ่านไปเลยแม้ตอนทำจะรู้สึกหดหู่ว่าทำไมกรุไม่เข้าใจอะไรเรยฟร่ะ 💔 กัดฟันทำไปก่อน เพราะข้อสอบเก่าจะช่วย scope เนื้อหาที่อาจารย์ชอบออกสอบให้เราได้ อาจารย์บางท่านอาจบอกในห้องว่าผมออกข้อสอบเท่าที่ผมสอนครับ (ซึ่งสอนประมาณล้านหัวข้อ) แต่พอไปไล่ดูข้อสอบจริงเราจะเห็นสถิติว่าเนื้อหาไหนกันหนอที่อ.ชอบหยิบมาออกสอบบ่อยๆ เราจะเห็น pattern วิธีถาม และ keyword คำบางคำบ่อยๆ นั่นแหละของดี พอไปอ่านหนังสือจริงๆเราจะรู้ว่าตัวเองควรโฟกัสบทไหน และถ้าเจอคำถามแนวนี้ ควรหยิบเนื้อหาส่วนไหนไปตอบ
สรุปคือเราอยากให้ทุกคนลองหาวิธีการเรียนที่เหมาะกับตัวเองดู เราจะรู้ได้ก็เมื่อลงมือทำนั่นแหละ ลองให้หมดตั้งแต่จับเวลาอ่านหนังสือ แกล้งทำเป็นติวให้อากาศฟัง — และถ้าอยากลองทำตามเรา ก็ลองเข้าห้องเรียนและเรียนแบบ active learning ดู มันเหนื่อยกับการพาตัวเองไปเข้าเรียนมาก แต่ผลตอบแทนคือเฉลี่ยแล้วถ้าเราทำได้ตามนี้ คะแนน 70 ลอยมาเสมอ มันเลยคุ้มที่จะทำ










