Automatically translated.View original post

Cafe hopping with instax mini LiPlay+☕️🎞️

7/6 Edited to

... Read moreหลังจากได้ลองพก instax mini LiPlay+ ไปคาเฟ่ฮอป บอกเลยว่ากลายเป็นกล้องที่หยิบใช้บ่อยมาก เพราะมันเป็นทั้ง “กล้อง + เครื่องปริ้นท์” ในตัว (in 1 - Camera + Printer) ทำให้ถ่ายเสร็จแล้วเลือกปริ้นท์ได้เลย หรือจะถ่ายเก็บไว้ก่อนก็ได้ สิ่งที่ชอบสุดๆ คือมีหน้าจอ PREVIEW ให้พรีวิวรูปก่อนปริ้นท์จริง ช่วยประหยัดฟิล์มมาก โดยเฉพาะเวลาถ่ายในคาเฟ่แสงยากๆ เช่นมุมในร้านที่เป็นแสงผสม พอเห็นบนจอก่อนก็ปรับมุม/ระยะได้ทัน ไม่ต้องลุ้นว่าปริ้นท์ออกมาแล้วหน้ามืดหรือหลุดโฟกัส โหมดที่ใช้บ่อยเวลาถ่ายคนคือ Selfie Mode ใช้ง่ายมาก เหมาะกับสายคาเฟ่ที่อยากได้รูปคู่กับเครื่องดื่มหรือถ่ายกับเพื่อนแบบไวๆ แนะนำทริคส่วนตัว: นั่งใกล้หน้าต่างหรือเลือกโต๊ะที่แสงเข้าด้านข้าง จะได้เงานุ่มๆ โทนละมุนแบบคาเฟ่มากขึ้น อีกจุดที่ทำให้สนุกคือ Filters & Frame ในตัวกล้อง มีให้เลือกหลายแบบ เวลาไปคาเฟ่ที่มีคอนเซ็ปต์ชัดๆ สามารถเลือกเฟรมให้เข้ากับบรรยากาศได้เลย เช่นโทนหวานๆ หรือแนวมินิมอล แล้วค่อยปริ้นท์ออกมาเป็นการ์ดเล็กๆ ติดสมุด/ทำคอลลาจต่อได้ทันที ส่วนโลเคชันที่ไปครั้งนี้คือ Cafe Peltra & Studio (Location: Sukhumvit 36) ชั้น 1 เป็นคาเฟ่ (1st floor - Cafe) และชั้น 2 เป็นสตูดิโอ (2nd floor - Studio) ซึ่งเหมาะกับการลองกล้องมาก เพราะมีทั้งมุมแสงธรรมชาติและมุมจัดไฟ ถ้าอยากได้ภาพที่คมขึ้น แนะนำถ่ายในพื้นที่แสงนิ่งๆ ก่อน แล้วค่อยไปลองมุมย้อนแสงสำหรับรูปฟีลๆ ถ้าใครกำลังหาข้อมูล “instax mini liplay รีวิว” จากคนที่ใช้จริง สรุปคือเหมาะกับสายคาเฟ่และสายคอนเทนต์ที่อยากได้รูปโพลารอยด์โทนสวยแบบเลือกได้ ไม่ต้องปริ้นท์ทุกช็อต และยังพกไปเที่ยวได้สะดวกมาก โบนัสเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม: ฟีเจอร์ instax Sound Album ทำให้รูปมีเรื่องราวขึ้น (เหมาะกับโมเมนต์พิเศษ) ใครชอบเก็บความทรงจำแบบจับต้องได้ น่าจะตกหลุมรักเหมือนกัน