Automatically translated.View original post

Let's pack the customers together.

3/3 Edited to

... Read moreช่วงที่เริ่มขายของใหม่ ๆ เรามักโฟกัสแค่ “ส่งให้ถึง” แต่พอทำไปสักพักจะรู้เลยว่า “แพ็คของส่งลูกค้า” ให้ดี ช่วยลดปัญหาของชำรุด ลดรีวิวลบ และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้จริง ๆ อันนี้เป็นขั้นตอนและทริคที่เราใช้ประจำ (ใครอยากแพ็คให้ดูน่ารักแบบ Handnote Station/สไตล์ Have a nice day ลองทำตามได้เลย) 1) เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้า - ของชิ้นเล็ก/ไม่แตก: ซองพัสดุ + บับเบิลห่อ 1-2 ชั้นก็พอ - ของแตกง่าย: กล่องลูกฟูก + กันกระแทก (บับเบิล/กระดาษย่น) และต้อง “ล็อกไม่ให้ขยับ” ในกล่อง ทริคของเรา: เขย่ากล่องเบา ๆ ถ้ายังได้ยินของขยับ แปลว่ายังต้องเติมกันกระแทกเพิ่ม 2) กันกระแทกแบบเน้นจุดเสี่ยง หลายคนห่อบับเบิลรอบเดียวแล้วใส่กล่องเลย แต่จุดที่พังบ่อยคือ “มุม” กับ “ขอบ” เราจะเสริมบับเบิลหรือกระดาษเพิ่มตรงมุม ๆ ให้หนากว่าส่วนอื่นนิดนึง โดยเฉพาะพวกขวด/แก้ว/ตลับเครื่องสำอาง 3) ปิดเทปให้แน่นและสวย (ลดหลุดระหว่างขนส่ง) ใช้เทป OPP หรือเทปผ้าแบบหนา แล้วปิดทรงตัว H: ปิดรอยต่อกลาง 1 เส้น + ปิดขอบบนซ้ายขวาอีก 2 เส้น กล่องจะทนมากขึ้น ไม่ปริเวลาโดนกดทับ 4) ใส่การ์ดเขียนมือ (Handnote) ให้ลูกค้าประทับใจ อันนี้คือสิ่งที่ลูกค้าชอบสุด ๆ เราจะเขียนสั้น ๆ เช่น “ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ” หรือ “Happy / Have a nice day” แล้วตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์เล็ก ๆ คุมโทนเดียวกับร้าน ทำให้แพ็คดูตั้งใจและดูเป็นแบรนด์ขึ้นทันที 5) จัดเลย์เอาต์ในกล่องให้ดูสะอาดตา วางสินค้าให้เป็นระเบียบ แล้วค่อยวางการ์ด/สติ๊กเกอร์ปิดท้าย จุดสำคัญคืออย่าใส่ของแน่นเกินไปจนกล่องโป่ง เพราะมุมจะบุบง่ายตอนขนส่ง 6) เช็กลิสต์ก่อนปิดกล่อง (กันพลาด) - เช็กจำนวน/สี/ไซซ์ตามออเดอร์ - เช็กของแถม/คูปอง (ถ้ามี) - เช็กชื่อที่อยู่และเบอร์โทรให้ครบ เรามักถ่ายรูปพัสดุก่อนส่งไว้ 1 รูป เผื่อมีเคสขนส่งหรือเช็กย้อนหลังได้ง่าย ถ้าทำครบตามนี้ ต่อให้เป็นโพสต์สั้น ๆ แนว “มาแพ็คของส่งลูกค้ากันค่า” ก็จะมีข้อมูลที่คนเสิร์ชหา “แพ็คของส่งลูกค้า / แพ็คของ” เอาไปใช้ได้จริง แถมลูกค้าเปิดกล่องมาเจอ Handnote น่ารัก ๆ ก็ยิ้มตามเลยค่ะ