ความน่ากลัวของแสงแดด🔥☀️

แสงแดดไม่ได้มีอันตรายแค่รังสียูวีเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบไปด้วยสเปกตรัมแสงหลายชนิดที่เจาะทะลวงทำลายผิวในระดับความลึกที่ต่างกัน

รังสียูวีเอ (UVA)

แม้จะมีพลังงานต่ำกว่ายูวีบี แต่รังสียูวีเอสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นหนังกำพร้าลงไปลึกถึงชั้นหนังแท้ได้ ความน่ากลัวของยูวีเอคือการเข้าไปสร้างอนุมูลอิสระจำนวนมาก ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมสภาพ ขาดความชุ่มชื้น นำไปสู่การเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น สีผิวคล้ำเสีย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

รังสียูวีบี (UVB)

เป็นรังสีที่มีพลังงานสูงและทำร้ายผิวอย่างรุนแรงบริเวณชั้นนอก

- เกิดอาการอักเสบ

- ผิวไหม้แดด แดง

- แห้งลอก แสบร้อน และพุพอง

หากปล่อยให้ผิวสัมผัสรังสียูวีบีเป็นเวลานาน จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของสารพันธุกรรม (DNA) และเป็นสาเหตุร้ายแรงที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

แสงสีฟ้า (Blue Light / HEVIS)

แสงสีฟ้าเป็นแสงที่มองเห็นได้ซึ่งพบทั้งในแสงแดดและจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความน่ากลัวคือมันสามารถทะลุเข้าไปทำลายผิวชั้นในได้แม้เราจะอยู่ในที่ร่ม แสงสีฟ้าจะเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์ให้ทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน

- ผิวเสื่อมสภาพเร็ว

- หย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอย ฝ้า กระ ได้เร็วกว่าวัยอันควรไม่ต่างจากรังสียูวี

- แสงสีฟ้ายังทำลายสุขภาพจอประสาทตา

- รบกวนนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย

- ทำให้การนอนหลับและการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติแย่ลง

รังสีอินฟราเรด (Infrared)

เป็นรังสีที่เรามองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ในรูปของความร้อนรังสีนี้มีความยาวคลื่นมากที่สุด ทะลุทะลวงลึกที่สุดไปจนถึงชั้นใต้ผิวหนัง ความร้อนจากอินฟราเรดจะกระตุ้นอนุมูลอิสระไปทำลายคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ก่อให้เกิดความหย่อนคล้อย ผิวไหม้ และยังทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด เช่น Erythema ab Igne (โรคผิวหนังจากความร้อน) รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

ตัวการทำลายโครงสร้างผิวระดับเซลล์ (อนุมูลอิสระ)

แสงทุกชนิดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระอนุมูลอิสระเหล่านี้จะตรงเข้าทำลายสารเคลือบเซลล์ ซึ่งมีเส้นใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อโครงสร้างนี้พังทลาย ผิวจะหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง และดูแก่ก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น อนุมูลอิสระจากแสงแดดยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคต้อกระจกอีกด้วย

#ติดเทรนด์ #ความรู้

6/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้สัมผัสกับผลกระทบของแสงแดดโดยตรง ผิวของผมเคยโดนแสงแดดจัดๆ จนเกิดอาการผิวไหม้ แห้งลอก และแดงอย่างชัดเจน หลังจากนั้นได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรังสียูวีและแสงต่างๆ จึงเข้าใจว่ารังสียูวีเอสามารถทะลุผ่านผิวชั้นนอกลงลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งทำลายโครงสร้างผิวชั้นในและเร่งให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ แสงสีฟ้าที่มาจากทั้งแสงแดดและหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะแสงชนิดนี้สามารถทำลายคอลลาเจน และกระตุ้นให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แม้ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดโดยตรงก็ได้รับผลกระทบได้เหมือนกัน รังสีอินฟราเรดที่เราไม่สามารถมองเห็นแต่สามารถสัมผัสได้ในรูปแบบความร้อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย รวมถึงโรคผิวหนังบางชนิด เมื่อรวมกับอนุมูลอิสระที่สะสมในผิวแล้ว ส่งผลให้โครงสร้างผิวพังง่ายขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังได้ ผมจึงหันมาใส่ใจกับการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีส่วนผสมป้องกันได้ครบทั้ง UVA, UVB และ HEV light รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดตรงๆ ในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงที่สุด นอกจากนี้ยังเลือกใส่เสื้อผ้าปกป้องผิวและหมวก สิ่งสำคัญคือการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและอนุมูลอิสระ หากเราสามารถดูแลและปกป้องผิวได้อย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังและความเสียหายของผิวที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ