วิธีเปลี่ยน Wi-Fi
กล้อง Imou
กรณีลูกค้า
เปลี่ยนรหัส Wi-Fi ใหม่
เวลาลูกค้า “เปลี่ยนรหัสไวไฟ” หรือเปลี่ยนเราเตอร์ (เช่น True/3BB/AIS) อาการที่เจอบ่อยคือกล้อง Imou ขึ้นออฟไลน์ ดูสดไม่ได้ แต่จริงๆ แก้ได้ด้วยการเปลี่ยน Wi‑Fi ในแอปให้ถูกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่อง 2.4GHz 1) เช็กก่อนว่าเป็น Wi‑Fi 2.4GHz กล้อง Imou หลายรุ่นรองรับ “2.4 GHz Wi‑Fi เท่านั้น” ถ้าเราเลือกเครือข่าย 5G กล้องจะต่อไม่ติด แนะนำให้ตั้งชื่อแยก 2.4G/5G ให้ชัด (เช่น Home_2.4G และ Home_5G) หรือปิด 5G ชั่วคราวตอนตั้งค่า 2) เตรียมข้อมูลให้พร้อม - ชื่อ Wi‑Fi (SSID) ที่จะให้กล้องเชื่อม - รหัสผ่าน Wi‑Fi ใหม่ (พิมพ์ให้ตรง ตัวเล็ก/ใหญ่มีผล) - มือถือควรต่อ Wi‑Fi เดียวกับที่กล้องจะใช้ (เป็น 2.4G) 3) เปลี่ยน Wi‑Fi ในแอป Imou Life โดยปกติทำได้จาก: เปิดแอป Imou Life > เลือกกล้อง > การตั้งค่าอุปกรณ์ > เครือข่าย/Wi‑Fi > เลือกเครือข่าย Wi‑Fi > ใส่รหัสผ่าน > ต่อไป > รอจนขึ้นเสร็จสิ้น ถ้าหน้าเครือข่ายขึ้นรายการหลายตัว ให้เลือกตัวที่เป็น 2.4GHz (บางบ้านจะเห็นชื่อประมาณ…_2.4GHz) 4) ถ้าเข้าเมนูเปลี่ยน Wi‑Fi ไม่ได้ (กล้องออฟไลน์นาน) วิธีที่ฉันใช้หน้างานบ่อยคือรีเซ็ตให้เข้าคู่ใหม่: - กดปุ่ม Reset ที่ตัวกล้องค้างประมาณ 5–10 วินาที (จนได้ยินเสียง/ไฟกระพริบตามรุ่น) - ไปที่แอป > เพิ่มอุปกรณ์ > สแกน QR/เลือกรุ่น > ทำตามขั้นตอนให้กล้องอ่าน QR และเลือก Wi‑Fi 2.4G 5) จุดที่พลาดบ่อย ทำแล้วไม่ผ่าน - ใส่รหัสผ่านผิด/มีช่องว่างท้ายคำ (ลองพิมพ์ใหม่ ไม่ใช้การวาง) - เราเตอร์ตั้ง WPA3 อย่างเดียว ให้ปรับเป็น WPA2/WPA2-PSK แบบผสม - เปิด VPN ในมือถือ ทำให้ค้นหาอุปกรณ์ไม่เจอ - สัญญาณ Wi‑Fi อ่อนเกิน ลองย้ายกล้องมาใกล้เราเตอร์ตอนตั้งค่า แล้วค่อยย้ายกลับ 6) หลังต่อได้แล้ว แนะนำตั้งค่าเพิ่ม ถ้าใช้บริการคลาวด์อย่าง Imou Protect (เช่น Basic) ให้เช็กวันหมดอายุ/พื้นที่เก็บข้อมูล และตั้งค่าแจ้งเตือน เช่น ตรวจพบมนุษย์, ไซเรน, การตอบสนองด้วยเสียงและแสง ให้เหมาะกับหน้างาน จะช่วยลดแจ้งเตือนมั่วๆ ทำตามนี้ส่วนใหญ่กล้องจะกลับมาออนไลน์ได้เลย โดยเฉพาะบ้านที่เพิ่ง “เปลี่ยนรหัสไวไฟทรู” หรือรีเซ็ตเราเตอร์ใหม่ ถ้าติดตรงขั้นตอนไหน บอกอาการที่หน้าจอขึ้น (เช่นเลือกเครือข่ายแล้วค้าง, ใส่รหัสแล้วไม่ผ่าน) จะไล่เช็กได้ไวขึ้น



