สอนทำไอติมกะทิโบราณ ให้หอมกะทิ ให้เข้มข้นกลมกล่อม ทำไว้กินที่บ้านเนื้อเนียน

7/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอยากทำ “ไอติม/ไอศครีมกะทิ” แบบโบราณให้หอมกะทิและเนื้อเนียน ๆ ที่บ้าน แต่พอทำจริงมักเจอปัญหาเป็นเกล็ดน้ำแข็งหรือรสไม่เข้มข้น เราเลยสรุปวิธีทำไอติมกะทิโบราณฉบับทำเอง พร้อมทริคที่ช่วยให้เนียนขึ้นแบบที่เคยกินตามร้านค่ะ วัตถุดิบหลัก (ทำประมาณ 6–8 ถ้วยเล็ก) - กะทิสด 500 มล. (ถ้าใช้กล่องเลือกแบบ 100% จะหอมมันใกล้เคียง) - น้ำตาลทราย 120–160 กรัม (ปรับตามชอบ) - เกลือ 1/4 ช้อนชา (ช่วยดึงรสกะทิให้กลมกล่อม) - แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ (หรือแป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ) ช่วยให้เนื้อเนียน - นมข้นหวาน 2–3 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ช่วยให้หวานนัว) - ใบเตย 2–3 ใบ (เพิ่มความหอมแบบไทย ๆ) วิธีทำแบบหม้อ + ช่องฟรีซ (ไม่มีเครื่องไอศกรีมก็ทำได้) 1) เทกะทิครึ่งหนึ่งลงหม้อ ใส่ใบเตย น้ำตาล และเกลือ ตั้งไฟอ่อน คนให้ละลาย อย่าให้เดือดแรงเพราะกะทิจะแตกมัน 2) ผสมแป้งกับกะทิอีกครึ่งหนึ่งให้ละลายเนียน (ไม่เป็นเม็ด) แล้วค่อย ๆ เทลงหม้อ คนต่อจนเริ่มข้นเล็กน้อย ปิดไฟ พักให้หายร้อน 3) กรองเอาใบเตย/เม็ดแป้งที่หลงเหลือออก จากนั้นแช่ส่วนผสมในตู้เย็นให้เย็นจัด 3–4 ชั่วโมง (ขั้นนี้สำคัญมาก ช่วยให้เนื้อเนียนขึ้น) 4) เทใส่กล่องแช่ฟรีซ 45–60 นาที แล้วเอาออกมาคนแรง ๆ หรือใช้ตะกร้อมือ/เครื่องตี 1–2 นาที ทำซ้ำ 3–4 รอบ จะช่วยลดเกล็ดน้ำแข็งและทำให้เนื้อเนียน ทริคให้ “หอมกะทิ เข้มข้น” แบบร้าน - ใช้กะทิสดคุณภาพดี (แบบ 100%) จะได้กลิ่นหอมชัด และรสมันนัวกว่า - ใส่เกลือนิดเดียว ห้ามข้าม เพราะช่วยให้รสหวานมันไม่เลี่ยน - ถ้าชอบแนวเมนูของหวานจากกะทิสดแบบเข้ม ๆ เพิ่ม “หัวกะทิ” 50–100 มล. แทนกะทิบางส่วนได้ ไอเดียท็อปปิ้งกินคู่ - ถั่วลิสงคั่ว, ข้าวเหนียวมูน, ข้าวโพดต้ม, ลูกชิด, วุ้นมะพร้าว หรือขนมปังปิ้ง - ถ้าชอบฟีลไอติมกะทิโบราณจริง ๆ ลองโรยงาคั่วนิด ๆ หอมมาก เก็บรักษา ไอติมกะทิทำเองแนะนำกินภายใน 5–7 วันเพื่อความหอมสดใหม่ ถ้าแช่นานเนื้อจะเริ่มแข็งขึ้น ให้เอาออกมาวางอุณหภูมิห้อง 5 นาทีแล้วค่อยตัก จะตักง่ายและเนื้อกลับมานุ่มขึ้นค่ะ

10 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Nam391649538484
Nam391649538484

น่าทานมากค่ะ

รูปภาพของ ป้อนคำหวาน พาฟิน
ป้อนคำหวาน พาฟิน

ขอบคุณนะคะ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม