Automatically translated.View original post

Refresh yourself from the old version that eats Thai tea every day. 🧋

📍 start with us seeing friends share stories.

About being a kidney stone. Being a gallstone.

A lot, and those individuals share that experience.

Eat 1-2 glasses of Thai tea a day every day.

For a long time, which "we are."

(I like to eat Thai tea a lot)

🧋 can see from the pictures. The fact that we cured the tea for one night, waking up early, the precipitation of the tea was horrible.

🔎 these sediments really into our bodies?

This is another point that makes us think that we really have to change ourselves. We started thinking and doing it seriously around February. This has been many months. 😅

It is a way that we do it and it really works by not breaking raw water with the body at all. Sometimes we feel hungry for tired nectar. The body tries to drink water with ice. Maybe our body only needs a glass of cold water. 🫶✨

Taking care of yourself far from gallstones may pee a little often. Fight together. 🍍😅✨

# Thai Lover Tea # Women's health # Take care of yourself # Half-year review # Kidney stones

7/8 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงที่เคยดื่มชาไทยวันละ 1-2 แก้วเป็นเวลานาน พบว่าใบชาซึ่งมีสารออกซาเลตสูงนั้น เป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้เกิดนิ่วในไต เพราะสารนี้สามารถจับกับแคลเซียมในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนนิ่วได้ นอกจากนั้นไขมันและคอเลสเตอรอลสูงซึ่งมากับความหวานมันในชาไทย ยังส่งผลให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ดังนั้นการลดการดื่มชาไทยลงจึงสำคัญมากในการดูแลสุขภาพ สำหรับวิธีดูแลตัวเองที่ทำได้ไม่ยากคือการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน แม้จะรู้สึกเบื่อก็สามารถใช้น้ำชารสอ่อน เช่น ชากุหลาบ ชาลำไย หรือกระเจี๊ยบแทนได้ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและลดความอยากน้ำหวาน นอกจากนี้ การเตรียมชาที่ไม่เก็บไว้นานจนเกิดตะกอน ยังช่วยลดสารตกค้างในแก้ว อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาไทยบ่มทิ้งไว้ข้ามคืนอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ผู้เขียนยังแนะนำว่าเราควรเพิ่มการบริโภคสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ที่นิ่วไม่ชอบ ช่วยเรื่องการทำความสะอาดระบบทางเดินปัสสาวะ และส่งเสริมการสลายก้อนนิ่วได้ดียิ่งขึ้น การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เรื่องยาก แค่ปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้จริง และลดความเสี่ยงจากนิ่วในไตและถุงน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ายที่สุด อยากแนะนำให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การฉี่บ่อยขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายกำลังขับของเสียออก และเป็นผลดี การอดทนและสู้ไปกับการดูแลสุขภาพนี้ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และได้รีเฟรชความสดใสของตัวเองอย่างแท้จริง