Automatically translated.View original post

Wedding review

The picture in the head of the wedding is: I want the event to be bright, but also minimalist, and I want the atmosphere of the event to be warm and full of smiles, not many of our guests, about 200 people, including relatives and friends, who we are close to, and we choose the morning-afternoon wedding with our girlfriend in BMA. The big problem is that we have to find a reliable organiser because we only have one time to travel to see the event. We choose the organiser: JaiJai studio & wedding planner 0811623954. Everything in the event is organised. The price of the conversation is not positive. What we get from the organiser is the kind of breve we want. The organiser makes it exactly like 4 royal dresses, 2 royal makeup, 2 look. Runqueue team, ceremony master, bridesmaid bangle, bridesmaid brooch, bridesmaid brooch of the convoy. The organiser has run out. Who wants to recommend to live in Chiang and have a wedding plan? Let's try to contact this organizer.

🫧: JaiJai studio & wedding planner 0811623954

Location 📍: Hotel Gangarde View Resort

# Tsai Tsai Studio # Married # Chiang Rai # Newbie bride

2025/12/8 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังหาคำตอบว่า “โทนงานแต่ง/โทนสีงานแต่ง” แบบไหนที่ออกมาสดใสแต่ไม่หลุดมินิมอล เราลองสรุปไอเดียจากงานจริงของเราให้เป็นเช็กลิสต์ใช้งานได้เลยค่ะ (เหมาะกับงานเช้า-บ่ายและแขกประมาณ 200 คน) 1) เลือกธีมสีให้คุมง่าย (คัลเลอร์ฟูลแต่ยังดูคลีน) เราใช้แนว “ธีมคัลเลอร์ฟูลงานแต่ง + พื้นขาว” ให้สีเด่นอยู่ที่ดอกไม้/พร็อพ ส่วนฉากหลักเป็นผ้าสีพีชหรือส้มอ่อนกับเก้าอี้สีขาว ทำให้รูปออกมาสว่าง ดูอบอุ่น และไม่รกตา แนะนำทริคคือเลือก 2-3 สีหลัก (เช่น ชมพู-ฟ้า-เหลือง) แล้วเติมสีขาวเป็นตัวบาลานซ์ จะได้ลุคคล้าย “ธีมงานแต่งสีขาว” แต่มีความสนุกขึ้น 2) ฉากดอกไม้งานแต่งที่คนถ่ายรูปเยอะสุด มุมที่เวิร์กมากคือ “ฉากถ่ายรูปเรียบๆ + ดอกไม้หลากสี” หรือทำเป็นซุ้มแกลอรี่อุโมงค์ไว้เดินถ่ายรูปได้ยาวๆ แขกจะชอบเพราะได้คอนเทนต์หลายมุมในจุดเดียว ถ้าอยากให้ดูมีดีเทลขึ้น ลองเพิ่มไฟระยิบระยับ/คริสตัลเล็กๆ บนฉากเวที เวลาไฟส่องจะดูอลังแบบไม่ต้องเพิ่มดอกไม้เยอะ 3) ป้ายงานแต่งเก๋ๆ และมุมลงทะเบียนให้ดูมีเรื่องเล่า โต๊ะลงทะเบียนเราทำให้เป็นมุมถ่ายรูปย่อยเลย เช่น ดอกทานตะวัน ตุ๊กตาหมีคู่บ่าวสาว และพร็อพวินเทจ (อย่างโทรศัพท์) ซึ่งถ้าใครอยากเพิ่มความสนุก ลองทำเป็น Audio Guestbook ให้แขกฝากข้อความเสียงไว้ จะได้โมเมนต์น่ารักมากตอนกลับมาฟังทีหลัง ส่วน “ป้ายงานแต่งเก๋ๆ” แนะนำให้ใช้ฟอนต์อ่านง่าย มีชื่อย่อ/ชื่อเล่นคู่บ่าวสาว (เช่น ตัวอักษร R) วางหน้าฉากถ่ายรูป จะช่วยให้ภาพดูเป็นงานของเราแบบชัดเจน 4) ไอเดียลุคชุด: ชุดแต่งงานกลางคืน/ชุดไทยคู่ชมพู ถ้ามีงาน 2 ช่วง (เช้า-บ่าย หรือมี After party) เราว่าควรแบ่งลุคให้ต่างกันชัดๆ เช่น ช่วงพิธีการใช้ชุดไทยหรือชุดสีอ่อนที่ถ่ายกับฉากขาวแล้วละมุน ส่วน “ชุดแต่งงานกลางคืน” แนะนำเป็นผ้ากลิตเตอร์/ซาตินที่รับแสงดี หรือเพิ่มเครื่องประดับให้เด่นแทนการเปลี่ยนฉากเยอะๆ ใครชอบหวานๆ ลองคุมโทน “ชุดแต่งงานไทยคู่ชมพู” แล้วให้ดอกไม้มีชมพูเป็นสีหลัก ภาพจะดูนุ่มและโรแมนติกมาก 5) ทำให้งานอบอุ่นด้วยลำดับช่วงไฮไลต์ ช่วงที่แขกอินสุดของเรา คือเดินเข้างานแล้วมีโปรยดอกไม้/กระดาษสีขาว, ช่วงตัดเค้ก-รินแชมเปญ และปิดด้วยพลุเย็น (ถ้าสถานที่อนุญาต) มันช่วยดันอารมณ์งานให้สนุกและจำง่าย สุดท้าย ถ้าใครกำลังเลือก “โรงแรมจัดงานแต่ง” (ไม่ว่าจะเชียงรายหรือกรุงเทพ) เราแนะนำให้ถามแพ็กเกจเรื่องไฟเวที จุดปลั๊กสำหรับวง/ดีเจ และเวลาการจัด-รื้อก่อนเลย จะได้คุมงบและคุมเวลาหน้างานง่ายขึ้นค่ะ