คลีนซิ่งglad 2glow
ใครกำลังลังเล “g2g สีฟ้า” หรือ “g2gสีชมพู” (หรือจะไปทางสีเขียว) เราว่าคลีนซิ่ง G2G จุดเด่นคือแบ่งสูตรชัด เลือกตามปัญหาผิวได้ง่ายมาก เราลองสลับใช้ตามสภาพผิวช่วงนั้น ๆ แล้วได้ข้อสรุปประมาณนี้ 1) G2G สีชมพู (เหมาะกับทุกสภาพผิว) วันที่ผิวปกติ/ไม่ได้เป็นสิวหนัก ๆ เราจะหยิบสีชมพูบ่อยสุด เพราะฟีลลิ่งจะบาลานซ์และช่วยเรื่องความชุ่มชื้นหลังล้าง หน้าไม่เอี๊ยด เหมาะกับคนที่แต่งหน้าเบา ๆ หรือทากันแดดทุกวันแล้วอยากได้คลีนซิ่งที่ไม่ทำร้ายผิว ใช้แล้วผิวดูสบาย ไม่ตึง 2) G2G สีเขียว (คนเป็นสิว/ผิวมัน) ช่วงไหนมีสิวอุดตัน สิวหัวดำ หรือหน้ามันง่าย สีเขียวจะตอบโจทย์กว่า เรารู้สึกว่ามันช่วยปลอบผิวและคุมความมันระหว่างวันได้ดีขึ้น (โดยเฉพาะบริเวณทีโซน) หลังเช็ด/นวดแล้วล้างออก ผิวดูสะอาดแต่ไม่แห้งเกิน เหมาะกับวันที่แต่งหน้าหนักขึ้นหรือเจอฝุ่นเยอะ ๆ 3) G2G สีฟ้า (ผิวแพ้ง่าย/ต้องการความอ่อนโยน) ถ้าช่วงไหนผิวแอบงอแง แดงง่าย หรือรู้สึกระคายเคืองจากอากาศ/มาสก์ สีฟ้าจะเป็นตัวที่เราไว้ใจสุด เพราะอ่อนโยนมากและช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟีลหลังล้างจะนุ่ม ๆ เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายหรือคนที่อยากได้คลีนซิ่งที่ไม่ทำให้ผิว “ตึง” หลังทำความสะอาด ทริคเลือกสีให้ไว (แบบไม่คิดเยอะ) - ไม่แน่ใจเริ่มสีไหน: เริ่ม “g2gสีชมพู” ก่อน เพราะใช้ได้ทุกสภาพผิว - ผิวแพ้ง่าย/อยากได้อ่อนโยนสุด: เลือก “g2g สีฟ้า” - มีสิวอุดตัน สิวหัวดำ หน้ามัน: ไปทางสีเขียว วิธีใช้ให้เห็นผลและไม่ระคายเคือง - ถ้าเป็นคลีนซิ่งแบบน้ำ/เช็ด: เทลงสำลีให้ชุ่มพอดี แล้วกดแปะ 5–10 วินาทีก่อนค่อยเช็ดเบา ๆ (ลดการถูแรง) - ถ้าเป็นแบบนวดล้าง: นวดบนผิวแห้งก่อน แล้วค่อยเติมน้ำให้เกิดอีมัลชัน จากนั้นล้างออก - หลังคลีนซิ่งแนะนำตามด้วยโฟมล้างหน้าอ่อนโยน (โดยเฉพาะคนแต่งหน้า/กันแดดจัด) สรุปจากที่ลองสลับใช้: ถ้าอยากได้ตัวเดียวจบและใช้ได้ทุกวันให้ไปสีชมพู แต่ถ้าวันไหนผิวอ่อนไหวจริง ๆ สีฟ้าจะปลอบผิวได้ดี ส่วนสีเขียวเหมาะกับช่วงสิวและความมันแบบชัดเจน



