หมอประเสริฐแนะ 👨🏼‍🏫 เด็กควรเรียนจริงจัง 7 ขวบ+ แต่ระบบไทยทำไม่ได้เพราะ? ❌

7/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ปกครองหลายท่าน รวมถึงงานวิจัยในต่างประเทศ ชี้ให้เห็นว่าช่วงวัยก่อน 6-7 ขวบ สมองส่วนหน้าของเด็กยังอยู่ในช่วงพัฒนาการที่ทำหน้าที่ด้านการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ไม่เต็มที่ จึงเหมาะกับการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำมากกว่าการนั่งเรียนหรือท่องจำเป็นเวลานาน แนวคิดนี้สอดคล้องกับระบบการศึกษาแบบมอนเตสซอรีที่เน้นให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมที่สนใจโดยไม่เน้นการสอบวัดผล ทำให้เด็กพัฒนาแบบองค์รวมทั้งด้านภาษา จินตนาการ และทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งผลวิจัยพบว่าเด็กที่ได้เล่นและเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติจะมีพัฒนาการทักษะด้านการคิดในระยะยาวดีกว่าเด็กที่ถูกเร่งให้เรียนตั้งแต่อายุน้อย แต่ในระบบการศึกษาไทย ยังคงเน้นการวัดผลที่เร็วและเข้มงวด เช่น การสอบเข้า ป.1 และการบังคับให้เด็กเรียนพิเศษตั้งแต่อยู่อนุบาล ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกต้องเร่งส่งเสริมการเรียนรู้แก่ลูก ทั้งที่บางครั้งลูกยังไม่พร้อมหรือสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ นอกจากนี้ผู้ปกครองหลายคนก็ไม่มีเวลาพอที่จะมานั่งเล่นหรือสอนลูกอย่างเต็มที่ ซึ่งสร้างแรงกดดันและการแข่งขันสูงในเด็ก จากประสบการณ์ตรงของแม่ๆ หลายคน แม้จะเห็นด้วยกับแนวคิดของหมอประเสริฐว่าควรรอจนเด็กอายุประมาณ 7 ขวบจึงเริ่มเรียนจริงจัง แต่ด้วยข้อจำกัดของระบบและสภาพแวดล้อม ทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจส่งลูกเรียนพิเศษ หรือเร่งการศึกษาเพื่อไม่ให้ลูกเสียเปรียบในด้านต่างๆ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มที่ ควรพยายามสร้างสมดุลระหว่างการเรียนและเล่น โดยเลือกกิจกรรมที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และให้โอกาสเด็กได้พัฒนาทักษะทางสังคมและภาษาไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้การเรียนรู้ในวัยเด็กเป็นไปอย่างมีความสุขและมีประสิทธิผลในระยะยาว สุดท้ายนี้ ขอเชิญแม่ๆ และผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ร่วมแชร์ความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจและปรับปรุงระบบการศึกษาเด็กในอนาคตต่อไป