Disney+ Hotstar เปลี่ยนเป็น Disney+ แล้ว
Disney+ Hotstar เปลี่ยนเป็น Disney+ แล้ว มาพร้อม Hulu คอนเทนต์คุณภาพจัดเต็ม ราคาเท่าเดิม แค่ 133 บาทต่อเดือน เมื่อสมัครรายปี!
.
ถ้าใครกำลังเสิร์ชว่า “ราคาดิสนีย์พลัส / ดิสนี่ย์พลัส ราคา” เพราะเห็นข่าว Disney+ Hotstar เปลี่ยนเป็น Disney+ แล้ว วันนี้ขอเล่าจากที่ผมไปเช็กข้อมูลและลองใช้งานจริงแบบสั้นๆ เข้าใจง่ายนะครับ ตอนนี้ในไทยเป็นการรีแบรนด์เป็น “Disney+” อย่างเป็นทางการ โดยจุดที่หลายคนสนใจสุดๆ คือ “ราคา” ซึ่งยังถือว่าใกล้เคียงเดิม และถ้าสมัครแบบรายปีจะคุ้มกว่า เพราะเฉลี่ยออกมาประมาณ 133 บาทต่อเดือน (คิดจากการเฉลี่ยรายปี) ใครที่ดูต่อเนื่องอยู่แล้ว แนะนำให้เทียบแผนรายเดือนกับรายปีอีกที ก่อนกดจ่ายจะเห็นยอดชัดเจนในหน้าแพ็กเกจ อีกอย่างที่ทำให้หลายคนลังเลว่าจะต่อดีไหม คือเรื่องคอนเทนต์ “Hulu อยู่บน Disney+” แล้ว ซึ่งในแอปจะรวมคอนเทนต์ฝั่งบันเทิงทั่วไปเพิ่มเข้ามา ทำให้ไลบรารีดูแน่นขึ้นกว่าเดิมพอสมควร แนวที่เด่นๆ คือซีรีส์ดราม่า/ทริลเลอร์/ผู้ใหญ่ขึ้นหน่อย (แต่ยังอยู่ในระบบเรตติ้งและการควบคุมผู้ปกครองของแอป) ใครมีเด็กที่บ้าน แนะนำให้ตั้งค่าโปรไฟล์เด็กหรือจำกัดเรตไว้ จะสบายใจกว่า คอนเทนต์ที่ผมเห็นคนพูดถึงเยอะ และเป็นตัวอย่างว่า “คุ้มขึ้น” ได้แก่ The Bear, SHOGUN รวมถึงฝั่ง Disney เดิมอย่าง MARVEL, PIXAR และหนัง/แอนิเมชันที่หลายคนชอบอย่าง ELEMENTAL (แล้วแต่ช่วงเวลาที่มีให้รับชม) ซึ่งข้อดีคือเราไม่ต้องสลับแอปไปมา แค่เปิด Disney+ ก็เจอหมวด Hulu รวมอยู่ด้วย ทริคเล็กๆ ก่อนสมัคร/ต่ออายุ เพื่อให้คุ้มกับ “ราคาดิสนีย์พลัส”: 1) เช็กโปรโมชันหน้าแพ็กเกจก่อนจ่ายทุกครั้ง บางช่วงจะมีดีลหรือราคาพิเศษ 2) ถ้าดูยาวๆ ให้เลือกแบบรายปี เพราะเฉลี่ยต่อเดือนถูกลง 3) ตั้งค่าคุณภาพวิดีโอตามเน็ตที่บ้าน จะช่วยให้สตรีมลื่นขึ้น 4) ลองกดเข้าไปดูหมวด Hulu ว่ามีแนวที่เราชอบไหม ถ้าใช่ โอกาสคุ้มจะสูงมาก โดยรวม สำหรับคนที่ถามว่า “Disney+ ราคาเท่าไหร่” และคุ้มไหมหลังรีแบรนด์—ผมมองว่าถ้าดูซีรีส์/หนังบ่อย การที่มี Hulu เพิ่มเข้ามาในแอปเดียว ทำให้ความคุ้มค่าดีขึ้นชัดเจนในราคาเดิมๆ ครับ





