รีวิวกล้องจิ๋ว Dji Osmo NANO
.
หลายคนที่เสิร์ชคำว่า “osmo nano 4k” หรือ “dji osmo nano 4k 60fps” มักอยากรู้ให้ชัดว่า กล้องตัวจิ๋วแบบ wearable จะถ่าย 4K ได้ลื่นจริงไหม และเหมาะกับงานแบบไหนบ้าง จากที่ผมลองใช้งานแนวเดินถ่าย (เดินถ่ายได้เลย!) จุดที่ชอบคือมันให้ฟีล “POV” ง่ายมาก เพราะตัวกล้องเล็ก ติดหมวกได้ หรือจะติดกับพื้นผิวโลหะก็สะดวก เหมาะกับคนที่อยากได้มุมมองแบบคนดูอยู่ในเหตุการณ์ โดยไม่ต้องถือมือถือให้หนักจนเมื่อยมือ เรื่อง 4K/60fps ผมแนะนำให้เช็ก 2 อย่างก่อนถ่ายจริง: (1) ตั้งค่าความละเอียดและเฟรมเรตให้ตรงงาน ถ้าถ่ายกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือสาย adventure การใช้ 4K 60fps จะช่วยให้ภาพลื่นและเอาไปทำสโลว์นิดๆ ได้เนียนกว่า แต่ไฟล์ก็ใหญ่ขึ้น (2) ใช้การ์ดความเร็วสูง/ความจุพอ เพราะ 4K 60fps กินพื้นที่ไวมาก ถ้าไปเที่ยวทั้งวันอาจเต็มก่อนจบคลิป อีกจุดที่ทำให้คนสนใจคือมุมกว้าง 143° ได้ฟีล POV จริงๆ ข้อดีคือเก็บฉากได้เยอะ เหมาะกับ Vlog เดินเที่ยวหรือถ่าย outdoor แต่ข้อสังเกตคือมุมกว้างมากๆ อาจทำให้ขอบภาพดูโค้งเล็กน้อย และบางครั้งหน้าดูไกลกว่าปกติ ถ้าตั้งกล้องสูงเกินไป แนะนำลองปรับตำแหน่งติดหมวกให้ต่ำลงนิด หรือหันเลนส์ให้ตรงระดับสายตา จะได้มุมที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้น สเปคที่ผมว่าช่วยเรื่องคุณภาพภาพชัดคือเซ็นเซอร์ใหญ่ 1/1.3 นิ้ว ทำให้เวลาแสงน้อยยังพอไหวกว่าแอคชันแคมบางรุ่น (แต่ก็ยังควรหาแสงดีๆ ถ้าอยากให้ภาพใส) ส่วนเรื่องแบต ถ้าคุณเป็นสาย Vlog เดินทั้งวัน จุดที่ควรถามตัวเองคือถ่ายต่อเนื่องยาวแค่ไหน เพราะถ้ากดอัดยาวๆ ตลอด แบตย่อมหมดเร็วกว่าแบบถ่ายเป็นช็อตสั้นๆ ผมเลยใช้วิธีถ่ายเป็นช่วงๆ เก็บไฮไลต์ แล้วค่อยตัดต่อ จะช่วยให้ใช้งานได้อึดขึ้นและจัดไฟล์ง่าย สุดท้าย ถ้าคุณมีปัญหามือถือหนัก อยากได้กล้องพกติดตัวได้ตลอด และต้องการความคล่องตัวแบบ “หยิบติดแล้วถ่าย” DJI Osmo Nano ถือว่าเหมาะมาก โดยเฉพาะ Creator สาย Vlog/Adventure ที่อยากได้มุม POV เนียนๆ พร้อมคุณภาพระดับโปรในตัวเล็กๆ