ส้มตำอร่อยๆกับปิ้งปลามาจ้า
ถ้าใครเสิร์ชหา “ส้มตำปลาทู” แล้วทำออกมาไม่ค่อยนัวหรือกลิ่นปลาคาว ลองวิธีที่เราทำประจำค่ะ เป็นแนวบ้านๆ แต่ได้รสจัดจ้าน กินกับข้าวเหนียว ผักสด และผลไม้เปรี้ยวๆ อย่างมะม่วงคือฟินมาก 1) เลือกปลาทูให้รสอร่อยตั้งแต่ต้น เราชอบใช้ “ปลาทูนึ่ง” ตัวกลางๆ เนื้อแน่น ไม่เละ เวลาย่างจะหอมและแกะง่าย ถ้ามีเวลาแนะนำย่างไฟอ่อนๆ ให้ผิวตึงและมีกลิ่นควันนิดๆ จะช่วยกลบกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมให้ส้มตำมากขึ้น ถ้าไม่อยากย่าง ใช้ปลาทูทอดก็ได้ แต่รสจะมันกว่า 2) ทริคแกะปลาไม่ให้ก้างเยอะ แกะเอาเนื้อส่วนท้องและสันกลางออกก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ก้างเส้นเล็กทีหลัง เราจะบีบมะนาวนิดนึงคลุกเนื้อปลาเบาๆ (แค่นิดเดียว) ช่วยให้หอมและลดคาว จากนั้นพักไว้ 3) รส “แซ่บนัว” ของส้มตำปลาทูอยู่ที่น้ำปรุง รสที่เข้ากับปลาทูย่างคือ หวานนิด เค็มพอดี เปรี้ยวสด และเผ็ดตามชอบ เราชอบเริ่มจากตำพริกกับกระเทียมก่อน ใส่น้ำปลาและน้ำปลาร้า (ถ้ากิน) ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บเล็กน้อย เคล็ดลับคือชิมให้ออก “เค็มนำ” นิดๆ เพราะพอใส่มะละกอและผักแล้วรสจะจางลง 4) ใส่มะละกอ/ผักให้กรอบน่ากิน มะละกอสับเส้นเล็กจะซึมซอสดี เราจะใส่มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว แล้วตำแค่พอคลุก อย่าตำแรงจนเละ ถ้ามีผักสดอย่างกะหล่ำ แตงกวา ถั่วพู หรือผักพื้นบ้าน กินแนมจะตัดรสเผ็ดได้ดีมาก 5) ใส่ปลาทูตอนไหนให้อร่อย ใส่ “เนื้อปลาทูย่าง” ตอนท้ายสุด แล้วใช้สากคลุกเบาๆ ให้เนื้อปลาไม่แตกละเอียด จะได้มีชิ้นปลาชัดๆ เคี้ยวเพลิน และยังหอมกลิ่นย่างอยู่ 6) จัดเซ็ตให้ครบเหมือนมื้อโปรด ส้มตำปลาทูของเราชอบกินคู่ปลาปิ้ง/ปลาทูย่างเพิ่มอีกนิด ข้าวเหนียวร้อนๆ ในกระติ๊บ แล้วมีมะม่วงหั่นกับผักสดวางข้างๆ เป็นมื้อที่เรียบง่ายแต่ลงตัวมาก ถ้าอยากให้รสกลมกล่อมแบบกินร้าน แนะนำชิมทีละขั้นและปรับตามปลาร้าที่ใช้ (แต่ละยี่ห้อเค็มไม่เท่ากัน) ทำบ่อยๆ เดี๋ยวจะได้สูตรที่เข้าปากตัวเองค่ะ


ส่งการบ้านครับ