🥰นึ่งปลาตำแจ่ว😋
ถ้าใครเสิร์ชหา “นึ่งปลาตำแจ่ว” แล้วอยากได้แนวทำตามได้จริงที่บ้าน เราทำบ่อยมากเพราะเป็นเมนูเฮลท์ตี้ แต่อร่อยแบบอีสานๆ แซ่บๆ จุดสำคัญคือทำให้ปลา “นุ่ม ไม่คาว” แล้วค่อยไปจบที่น้ำจิ้มแจ่วค่ะ 1) เลือกปลาอะไรดี? - ปลานิล/ปลาทับทิม: หาซื้อง่าย เนื้อแน่น นึ่งแล้วไม่เละ - ปลากะพง: เนื้อหวาน นึ่งออกมาดูพรีเมียม - ปลาดอลลี่ก็ได้ถ้าชอบเนื้อนุ่ม (แต่จะไม่หอมเท่าปลาสด) ทริคส่วนตัวคือเลือกปลาสด ตาใส กลิ่นไม่แรง จะช่วยลดกลิ่นคาวตั้งแต่ต้นทางเลย 2) วิธีลดคาวก่อนนึ่ง (ทำแล้วต่างจริง) - ล้างปลาแล้วซับให้แห้ง จากนั้นถูเกลือบางๆ แล้วล้างออกอีกครั้ง - บีบมะนาวนิดเดียวหรือใช้ขิงทุบวางในท้องปลา/บนตัวปลา - ใส่ตะไคร้ทุบ ใบมะกรูด หรือข่าในลังถึงด้วย จะช่วยให้หอมมากขึ้น 3) นึ่งปลาให้นุ่ม ไม่แข็ง - น้ำเดือดก่อนค่อยวางปลา (ไม่งั้นเนื้อจะกระด้าง) - ไฟกลางค่อนแรง - เวลาคร่าวๆ: ชิ้นปลา 8–10 นาที / ทั้งตัว 12–18 นาที (ขึ้นกับขนาด) เช็กง่ายๆ คือใช้ส้อมจิ้มเนื้อ ถ้าเนื้อแยกเป็นชั้นๆ และไม่ใสก็ใช้ได้ ระวังนึ่งนานเกินไป เนื้อจะแห้งค่ะ 4) สูตรน้ำจิ้มแจ่วแบบที่บ้านทำประจำ - น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ (ชอบเปรี้ยวเพิ่มได้) - น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย 1–1.5 ช้อนชา - พริกป่น 1–2 ช้อนชา - ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ - หอมแดงซอย + ต้นหอมผักชีซอย (หรือผักชีฝรั่ง) ตามชอบ คนให้น้ำตาลละลายก่อน แล้วค่อยใส่ข้าวคั่วกับผัก จะได้กลิ่นหอมสดๆ 5) “ตำแจ่ว” ให้เข้มข้นขึ้น (สายแซ่บต้องลอง) บางวันเราจะเอาน้ำจิ้มแจ่วไป “ตำ” กับกระเทียมไทย 2–3 กลีบ + พริกสดอีกนิด แล้วค่อยราดบนปลานึ่ง รสจะนัวและหอมขึ้นมาก เหมาะกับกินคู่ผักลวก/ผักสด 6) กินคู่กับอะไรถึงฟิน - ข้าวเหนียวร้อนๆ หรือข้าวสวยก็ได้ - ผักลวก: กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว บรอกโคลี - ผักสด: แตงกวา ผักกาดหอม ใบโหระพา สรุปเลย เมนู “นึ่งปลาตำแจ่ว” ถ้าจัดการเรื่องความคาว + นึ่งให้พอดี แล้วทำแจ่วหอมข้าวคั่ว รับรองว่าอร่อยแบบไม่ต้องพึ่งของทอดเลยค่ะ







อร่อยบอกต่อ🍋😋😋😋