ระบบน้ำแรงดัน (Pressurised Water System)
ระบบน้ำแรงดัน (Pressurised Water System) ซึ่งมักพบในบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ หรือระบบบนเรือ และระบบ ปั๊มน้ำคู่ขนาน (Dual Pump System) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการจ่ายน้ำครับ
นี่คือรายละเอียดอุปกรณ์และหลักการทำงานครับ
1. อุปกรณ์หลักในระบบ (ตามภาพที่ 1)
• Jabsco Pressure Controlled Pump: ปั๊มน้ำหลักที่ทำหน้าที่ดูดน้ำจากแหล่งจ่ายและสร้างแรงดันเข้าไปในเส้นท่อ โดยมีสวิตช์แรงดันในตัวเพื่อตัดการทำงาน เมื่อแรงดันถึงจุดที่กำหนด
• Accumulator Tank (ถังสะสมแรงดัน): ถังสีแดงใบแรก มีหน้าที่เก็บน้ำภายใต้แรงดัน ช่วยลดการ "ตัด-ต่อ" บ่อยเกินไปของปั๊มน้ำ ทำให้แรงดันน้ำคงที่และช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์
• Water Storage Heater (ถังต้มน้ำร้อน): ถังขนาดใหญ่ที่ใช้ต้มน้ำ โดยในรูปแสดงให้เห็นว่าสามารถรับความร้อนได้สองทางคือจาก Electric Immersion Heater (ขดลวดไฟฟ้า) และ Coil Connections to Engine (ใช้น้ำร้อนจากเครื่องยนต์มาแลกเปลี่ยนความร้อน)
• Expansion Tank (ถังขยายตัว): ถังสีแดงใบที่สองติดตั้งใกล้ถังน้ำร้อน ทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของน้ำเมื่อได้รับความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันในระบบสูงเกินไปจนท่อระเบิด
• T&P Valve (วาล์วนิรภัย): วาล์วระบายแรงดันและอุณหภูมิ หากระบบมีความร้อนหรือแรงดันสูงผิดปกติ วาล์วนี้จะเปิดทิ้งน้ำออกเพื่อความปลอดภัย
• Non-Return Valve (เช็ควาล์ว): วาล์วกันย้อน บังคับให้น้ำไหลไปในทิศทางเดียว ป้องกันน้ำร้อนไหลย้อนกลับไปปนกับน้ำเย็น
2. ระบบปั๊มและการติดตั้ง (ตามภาพที่ 2)
ภาพนี้เจาะลึกถึงการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าปั๊มน้ำคู่ (Duplex Pump) เพื่อความทนทาน:
• Electric Motor (Pump 1 & 2): มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ขับเคลื่อนปั๊มน้ำ
• Common Discharge Manifold: ท่อรวมแรงดันที่รับน้ำจากปั๊มทั้งสองตัวเพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบหลัก
• Foot Valve (หัวกะโหลก): ติดตั้งที่ปลายท่อดูด เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับลงบ่อ ทำให้ปั๊มไม่ต้องล่อน้ำ (Prime) ทุกครั้งที่เริ่มทำงาน
• System Pressure Gauge: เกจวัดแรงดัน (0-100 PSI) ใช้สำหรับมอนิเตอร์ว่าปั๊มทำงานปกติหรือไม่
3. หลักการทำงานของระบบ
การสร้างแรงดัน (Cold Water Side)
1. น้ำจะถูกดูดผ่าน Strainer (กรอง) เข้าสู่ปั๊มน้ำ
2. ปั๊มน้ำจะอัดน้ำเข้าไปใน Accumulator Tank จนแรงดันถึงจุดที่ตั้งไว้ (เช่น 40-50 PSI) ปั๊มจึงจะหยุดทำงาน
3. เมื่อเราเปิดก๊อกน้ำเย็น แรงดันจากถัง Accumulator จะดันน้ำออกไปก่อน ทำให้ปั๊มยังไม่ต้องทำงานทันทีจนกว่าแรงดันจะตกลงถึงจุดที่กำหนด (Cut-in)
การทำน้ำร้อน (Hot Water Side)
1. น้ำเย็นบางส่วนจะไหลเข้าสู่ถังน้ำร้อนผ่านวาล์วกันย้อน
2. น้ำในถังถูกทำให้ร้อนด้วยไฟฟ้าหรือความร้อนทิ้งจากเครื่องยนต์
3. เมื่อน้ำร้อนขึ้น มันจะขยายตัว โดยมี Expansion Tank คอยรับแรงดันส่วนเกินนี้ไว้
4. น้ำร้อนจะถูกจ่ายไปยัง Hot Taps และ Shower Mixer (วาล์วผสม) เพื่อปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะก่อนใช้งาน
การผสมน้ำ (Mixing)
ที่จุดใช้งาน เช่น Shower Mixer จะมีการดึงน้ำจากทั้งเส้นสีน้ำเงิน (เย็น) และเส้นสีแดง (ร้อน) มาผสมกันตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ข้อดีของระบบนี้
• แรงดันคงที่: ไม่ว่าน้ำในถังเก็บจะเหลือเท่าไหร่ แรงดันที่ก๊อกจะสม่ำเสมอเพราะมีถังสะสมแรงดัน
• ประหยัดพลังงาน: หากใช้ร่วมกับระบบเครื่องยนต์ (ในเรือ) จะสามารถใช้น้ำร้อนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟฟ้า
• ความปลอดภัยสูง: มีทั้งวาล์วระบายแรงดันและถังขยายตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การไล่อากาศ (Bleeding) เป็นขั้นตอนสำคัญในการซ่อมบำรุงระบบที่ใช้ของเหลวเป็นตัวกลาง เช่น ระบบเบรก หรือ ระบบระบายความร้อน เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะอากาศมีความยืดหยุ่นสูงกว่าของเหลว หากมีอากาศค้างอยู่จะทำให้แรงดันตกและเกิดความเสียหายได้
นี่คือรายละเอียดขั้นตอนมาตรฐานสำหรับการไล่อากาศใน 2 ระบบหลักครับ
1. ระบบเบรก (Braking System)
เป้าหมายคือไล่ฟองอากาศออกจากสายน้ำมันเบรกเพื่อให้แป้นเบรกมีความมั่นคง ไม่จมหรือนิ่มผิดปกติ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
• น้ำมันเบรก (เกรดตามที่ระบุในคู่มือ เช่น DOT 3, DOT 4)
• ประแจแหวน (สำหรับขันวาล์วไล่ลม)
• สายยางใสและขวดพลาสติก
• ผู้ช่วย 1 ค น (เพื่อช่วยย้ำเบรก)
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. เติมน้ำมันเบรก: ตรวจสอบและเติมน้ำมันเบรกในกระปุกพักให้เต็มอยู่เสมอ ห้ามปล่อยให้แห้งเด็ดขาดระหว่างทำ
2. ลำดับการไล่: เริ่มจากล้อที่อยู่ ไกลจากแม่ปั๊มเบรกที่สุด (ส่วนใหญ่คือ ล้อหลังซ้าย -> หลังขวา -> หน้าซ้าย -> หน้าขวา)
3. สร้างแรงดัน: ให้ผู้ช่วยย้ำแป้นเบรก 3-5 ครั้งแล้วกดค้างไว้
4. คลายวาล์ว: ในขณะที่แป้นเบรกถูกกดค้าง ให้คุณคลายวาล์วไล่ลม (Bleeder Valve) น้ำมันและอากาศจะไหลออกมาทางสายยาง
5. ปิดวาล์ว: เมื่อน้ำมันหยุดไหลหรือก่อนผู้ช่วยจะปล่อยเท้า ให้รีบปิดวาล์วทันที
6. ทำซ้ำ: ทำวนไปจนกว่าน้ำมันที่ไหลออกมาจะไม่มีฟองอากาศปนเลยแม้แต่นิดเดียว
2. ระบบระบายความร้อน (Cooling System)
การไล่อากาศในหม้อน้ำช่วยป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat) จาก "Air Lock"
ขั้นตอนการด ำเนินการ
1. เปิดฝาหม้อน้ำ: ทำในขณะที่ เครื่องยนต์เย็นสนิท เท่านั้น
2. เติมน้ำยา: เติมน้ำยาหล่อเย็นจนถึงระดับสูงสุด
3. สตาร์ทเครื่องยนต์: สตาร์ทรถโดยเปิดฝาหม้อน้ำทิ้งไว้ และเปิดฮีทเตอร์ (ถ้ามี) ให้สุดเพื่อให้วาล์วน้ำทำงานและน้ำวนครบรอบ
4. สังเกตฟองอากาศ: เมื่อเครื่องยนต์เริ่มร้อน วาล์วน้ำจะเปิด คุณจะเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมาที่คอหม้อน้ำ ระดับน้ำจะลดลง ให้คอยเติมน้ำเข้าไปทีละน้อย
5. รอจนพัดลมทำงาน: เมื่อพัดลมไฟฟ้าทำงานและไม่มีฟองอากาศลอยขึ้นมาแล้ว ให้ปิดฝาหม้อน้ำให้สนิท
ข้อควรระวังในการซ่อมบำรุง
• น้ำมันเบรกกัดสีรถ: หากน้ำมันเบรกกระเด็นโดนตัวถัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
• ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนร้อน: แรงดันและน้ำเดือดอาจพุ่งเข้าใส่หน้าจนเกิดอันตรายรุนแรงได้
• ไล่ลมระบบไฮดรอลิกอื่นๆ: เช่น ระบบคลัต ช์ หรือระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ จะใช้หลักการคล้ายกันคือการสร้างแรงดันและระบายออกในจุดที่สูงที่สุดของระบบ ทั้งสองระบบนี้มีหลักการไล่อากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากระบบหนึ่งใช้ ของเหลว (น้ำมัน) เป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนอีกระบบหนึ่งใช้ สารทำความเย็น (น้ำยาแอร์) ที่เปลี่ยนสถานะได้
นี่คือรายละเอียดการซ่อมบำรุงและไล่อากาศของทั้งสองระบบครับ
1. ระบบไฮดรอลิกอุตสาหกรรม (Industrial Hydraulics)
อากาศในระบบไฮดรอลิกจะทำให้เกิดเสียงดัง (Cavitation), อุปกรณ์สั่นกระตุก และความร้อนสูง ซึ่งอาจทำให้ปั๊มพังได้
วิธีการไล่อากาศ
• Self-Bleeding: ระบบไฮดรอลิกส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ไล่อากาศได้เองโดยการไหลเวียนน้ำมันกลับสู่ถังพัก (Reservoir) อากาศจะลอยขึ้นและแยกตัวออกเอง
• การไล่ที่กระบอกสูบ (Cylinder Bleeding): * คลายข้อต่อสายไฮดรอลิกที่จุดสูงสุดของกระบอกสูบเล็กน้อย
• สั่งการให้กระบอกสูบเคลื่อนที่ช้าๆ เพื่อดันอากาศออกจนน้ำมันเริ่มซึมออกมาสม่ำเสมอแล้วจึงขันแน่น
• Bleed Valves: เครื่องจักรบางรุ่นมีวาล์วไล่ลมติดตั้งมาให้ที่จุดสูงสุดของระบบ หรือที่ตัวปั๊ม ให้เปิดวาล์วนี้ขณะเดินเครื่องเบาๆ (Idling)
ข้อควรระวัง อันตรายจากแรงดันสูง (Fluid Injection): ห้ามใช้มือสัมผัสหรือตรวจสอบรอยรั่วขณะระบบมีแรงดัน เพราะน้ำมันสามารถฉีดทะลุผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้ ให้ใช้แผ่นกระดาษแข็งในการตรวจสอบแทน 2. ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning System)
ในระบบแอร์ เราจะไม่เรียกว่าการ "ไล่อากาศ" ทั่วไป แต่จะเป็นกระบวนการ "ทำสุญญากาศ" (Evacuation/Vacuum) เพราะอากาศมีความชื้น ซึ่งจะกลายเป็นน้ำแข็งไปอุดตันวาล์วและทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย
ขั้นตอนการทำสุญญากาศ (Vacuum Process)
1. เชื่อมต่อเกจวัดน้ำยา (Manifold Gauge): ต่อสายเกจเข้ากับเซอร์วิสวาล์วด้านความดันต่ำ (Low Side) และความดันสูง (High Side)
2. ใช้ปั๊มสุญญากาศ (Vacuum Pump): ต่อสายกลางของเกจเข้ากับปั๊มสุญญากาศ
3. เดินเครื่องปั๊ม: เปิดวาล์วที่เกจและเดินเครื่องปั๊มสุญญากาศอย่างน้อย 15-30 นาที จนเข็มเกจฝั่ง Low สวิงลงไปที่ประมาณ -30 inHg
4. ทดสอบการรั่ว (Hold Vacuum): ปิดวาล์วเกจและปิดปั๊ม ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หากเข็มตีกลับขึ้นมา แสดงว่าระบบมีจุดรั่วที่ต้องแก้ไขก่อนเติมน้ำยา เคล็ดลับเพิ่มเติม: สำหรับระบบไฮดรอลิก หากน้ำมันในถังพักมีลักษณะเป็น "ฟองขาว" แสดงว่ามีอากาศรั่วเข้าทางท่อทางดูด (Suction Line) ให้เช็คซีลยางหรือข้อต่อก่อนปั๊มครับ




















