ตอนเรียน กับ ตอนนี้ 😝😂

เมื่อก่อนตอนยังใส่ชุดนักเรียน ฉันไม่เคยเป็นเด็กตั้งใจเรียนเลย 😂

ตอนครูสอนหน้าห้อง คำพูดครูมักจะลอยผ่านหูไปเฉย ๆ

ในหัวมีแต่คิดว่า “พักเที่ยงจะกินอะไรดี” หรือไม่ก็วางแผน…ว่าจะแอบหนีเรียนยังไงดี555

แต่แปลกนะ ถึงจะไม่ชอบนั่งเรียน ฉันกลับชอบทุกอย่างที่เป็น “กิจกรรมของโรงเรียน” 🥰

เสียงเพลงหน้าเสาธง การซ้อมการแสดง งานโรงเรียนที่ต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน

ตอนนั้นฉันคิดว่ายิ้มเก่งกว่าตอนนี้เยอะเลยนะ

ฉันเคยคิดว่า ถ้าใช้ชีวิตจริงคงสนุกกว่านี้ ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า ไม่ต้องนั่งฟังครูสอนอะไรที่ไม่อยากฟัง 🤣

แต่พอโตขึ้นจริง ๆ 😩

ตอนนี้ ฉันยืนอยู่หน้าครกส้มตำทุกวัน เสียงตำ เสียงลูกค้าสั่งอาหาร 🥗

แทนที่เสียงเพื่อน เสียงครูในวันนั้น

ไม่มีใครบอกให้ต้องรับผิดชอบอะไรเยอะแยะขนาดนี้😂

แต่ก็ฉันรู้ว่าหยุดทำไม่ได้ 😝

บางวันเหนื่อยจนแทบไม่มีแรงพูด แต่ก็ยังต้องยิ้ม

เหมือนเดิมในทุกๆวัน

ฉันไม่ได้อยากย้อนกลับไปแก้อะไร แค่บางครั้ง…ก็แอบคิดถึงวันวานไม่ได้🤣

แค่คิดถึงตัวเองในวันที่ยังไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องแบกอะไรไว้มากมาย แค่คิดถึงเด็กคนนั้นจัง ☺️💕

#ย้อนวันวาน #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #lemon8ไดอารี่ #เล่าประสบการณ์

5/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้อ่านเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของชีวิตจากช่วงวัยเรียนถึงวัยผู้ใหญ่แบบนี้ ก็ทำให้นึกถึงตัวเองในอดีตเหมือนกันครับ ช่วงที่ยังเป็นนักเรียน ผมเองก็เหมือนกับผู้เขียนที่ไม่ใส่ใจในบทเรียนมากนัก คิดแต่เรื่องพักเที่ยงหรือจะเล่นอะไร แต่กิจกรรมในโรงเรียนนั้นกลับเป็นความทรงจำที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม สำหรับผม กิจกรรมอย่างการซ้อมดนตรีหน้าเสาธง หรืองานกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้รู้สึกว่าชีวิตในโรงเรียนนั้นมีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้น แม้ตัวบทเรียนจะดูน่าเบื่อหรือไม่เข้าใจ บางครั้งเราก็อยากหาที่พึ่งทางใจในช่วงเวลาที่อยู่ในห้องเรียน พอโตขึ้น ผมก็เผชิญกับความรับผิดชอบและภาระหน้าที่มากเหมือนที่บอก ทุกวันต้องตื่นเช้าทำงาน แม้เหนื่อย ล้าจนเกือบหมดแรง แต่ก็ต้องพยายามประคับประคองตัวเองให้ผ่านวันไปได้ เช่นเดียวกับผู้เขียนที่ต้องยืนหน้าครกส้มตำ ทุกเสียงตำ ทุกเสียงลูกค้าแม้จะเป็นเสียงที่ต่างจากเสียงเพื่อนและครูในอดีต แต่ก็เป็นเสียงของชีวิตปัจจุบันที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าสำคัญคือการที่ยังสามารถยิ้มได้ แม้ว่าจะเหนื่อยล้าแค่ไหนก็ตาม เพราะรอยยิ้มเหล่านั้นเป็นเหมือนกำลังใจที่ช่วยให้เราก้าวเดินต่อไปในทุก ๆ วัน และการที่แอบคิดถึงตัวเองในวัยเด็กที่ยังไม่ต้องแบกรับความหนักหน่วง ช่วยให้ใจเรายังเบาและอยู่กับปัจจุบันโดยไม่เสียความสุขไป สุดท้าย เรื่องเล่านี้เตือนใจว่าทุกช่วงเวลาของชีวิตมีความหมาย แม้จะมีความแตกต่างและเปลี่ยนแปลง แต่การเก็บข้อคิดและความรู้สึกดี ๆ จากอดีตมาเติมเต็มชีวิตปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราไม่สูญเปล่าและเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า