The next door said I was a charcoal guy.😂
I take charcoal every day. Take charcoal to collect.
คำว่า “รักไม่เอาถ่าน” ช่วงนี้เห็นคนใช้กันบ่อยมาก บางทีก็ใช้แซวขำๆ เหมือนกรณีที่ข้างบ้านทักผมว่า “ไม่เอาถ่าน” ทั้งที่ความจริงผมเอาถ่านทุกวันนะ…เอาถ่านไปเก็บอะ! แต่พอคิดดีๆ คำนี้มันเอามาเล่นกับเรื่องความรักได้พอดีเลย เลยอยากมาแชร์มุมที่เราเจอจริงในชีวิตว่า “รักไม่เอาถ่าน” มักเกิดจากอะไร และทำยังไงให้กลับมาวอร์มได้ สำหรับผม “รักไม่เอาถ่าน” ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรักแล้วเสมอไปนะ แต่มันเหมือนความสัมพันธ์ที่ไฟอ่อนลง ทำอะไรแบบเดิมๆ จนรู้สึกเฉยๆ หรืออีกฝ่ายดูไม่ค่อยพยายาม เช่น ทักมาน้อยลง ไม่ค่อยสนใจรายละเอียดเล็กๆ หรือเวลาเรามีเรื่องอยากเล่าเขาก็ฟังแบบผ่านๆ บางคู่ไม่ได้ทะเลาะ แต่แค่ “ละเลย” กันไปเรื่อยๆ จนเหมือนความรักกลายเป็นภารกิจที่ทำเพราะเคยชิน ถ้าถามว่าจะแก้ยังไงแบบง่ายๆ ที่ผมลองแล้วเวิร์ก คือเริ่มจาก “คุยให้ชัด” ว่าช่วงนี้เรารู้สึกยังไง โดยไม่ใช้ประโยคกล่าวโทษ เช่น เปลี่ยนจาก “เธอไม่เคยสนใจเลย” เป็น “เรารู้สึกเหงาเวลาคุยแล้วไม่ได้รับการตอบกลับเหมือนเดิม” แค่นี้โทนก็เปลี่ยนและอีกฝ่ายเปิดใจมากขึ้น อย่างที่สองคือเติมเชื้อไฟเล็กๆ ให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องหวือหวา ผมชอบใช้วิธีนัดทำอะไรเล็กๆ ด้วยกัน เช่น เดินซื้อของใกล้บ้าน ทำกับข้าวง่ายๆ หรือส่งข้อความสั้นๆ ที่มีความหมาย (“วันนี้เหนื่อยไหม” “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน”) มันเหมือนการ “เอาถ่าน” มาเติมเตาให้ไฟไม่ดับ อย่างที่สาม ถ้าความรักมันดู “ไม่เอาถ่าน” เพราะอีกฝ่ายไม่รับผิดชอบ/ไม่ชัดเจน อันนี้ต้องตั้งขอบเขตครับ เช่น เรื่องเวลา การให้เกียรติ หรือการสื่อสาร ถ้าเราพยายามอยู่ฝ่ายเดียว ต่อให้เติมถ่านแค่ไหนก็ไม่ติด เพราะไม่มีคนช่วยรักษาไฟ สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า บางครั้งคำว่า “รักไม่เอาถ่าน” เป็นแค่คำแซว แต่ถ้าเรารู้สึกจริงๆ ว่ามันเริ่มจืด ลองกลับมาดูว่าขาด “ถ่าน” แบบไหน: ขาดเวลา ขาดการใส่ใจ หรือขาดความชัดเจน แล้วค่อยๆ เติมทีละอย่าง ความสัมพันธ์จะค่อยๆ อุ่นขึ้นเองครับ









































































