ทำไม Bank รวยแต่คนฝากไม่รวยซักที?

ธนาคาร “เอาเงินเราไปทำอะไร” ถึงรวยทุกปี?

เงินฝากจาก 100% จะเหลือแค่ 30% ที่เหลือ...

1️⃣ เอาเงินฝากเราไปปล่อยกู้ 💸

นี่คือรายได้หลัก

• เราฝากเงิน → ได้ดอก 0.25–1%

• ธนาคารเอาเงินไปปล่อยกู้ → เก็บดอก 5–25%

📌 ตัวอย่าง

• เราฝาก 1 ล้านบาท → ธนาคารจ่ายดอก ~5,000 บาท/ปี

• เอาไปปล่อยกู้ → ได้ดอก ~80,000 บาท/ปี

2️⃣ ค่าธรรมเนียมสารพัดจะธรรมเนียม 💳

ถึงดอกฝากจะต่ำ แต่ค่าธรรมเนียมสูงมากกก

• ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต

• ค่าปรับจ่ายขั้นต่ำ

• ค่าธรรมเนียมโอน / แลกเงิน

• ค่าธรรมเนียมกองทุน / ประกัน

3️⃣ ธนาคาร “ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง” 🏦

นี่คือความโหดของธุรกิจธนาคาร

• เงินที่ปล่อยกู้ = เงินของลูกค้าที่ฝาก

• เงินตัวเอง (ทุน) ใช้นิดเดียว แต่ทำกำไรจากเงินจำนวนมหาศาล

4️⃣ ลูกหนี้จ่ายช้า = กำไรเพิ่ม 😅

โดยเฉพาะบัตรเครดิต / สินเชื่อส่วนบุคคล

• ดอกเบี้ย 16–25% ต่อปี

• ค่าปรับ ค่าทวงหนี้

• ดอกเบี้ยทบต้น

📌 คนเป็นหนี้ = รายได้ระยะยาวของธนาคารเลยหละ

5️⃣ ลงทุนเพิ่มจากเงินกองกลาง 📈

ธนาคารยังเอาเงินไป

• ซื้อพันธบัตรรัฐบาล

• ลงทุนกองทุนต่างๆ

• ทำธุรกิจประกัน (Bancassurance) ขายกับลูกค้าที่ไปฝากเงิน

❗️คนรวยถึงไม่เอาเงินไปฝากนอนในธนาคารอย่างเดียว ต่อให้เรามีเงินหลักล้านไปฝาก ก็ไม่มีทางรวย

เพราะมันคือ lazy money

.

.

.

.

.

จัดการเงินเริ่มได้ตั้งแต่เงินหลักพัน🧑🏼‍💻

#การเงินการลงทุน #ธนาคาร #ธุรกิจน่าสนใจ #ประกัน

#อายุน้อยร้อยอาชีพ

2/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้และสัมผัสมาตลอดหลายปี เรื่องการเก็บเงินฝากในธนาคารนั้น หากมองแค่ดอกเบี้ยที่ได้รับจริงๆ จะพบว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับผลกำไรที่ธนาคารทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนาคารเอาเงินฝากของเราไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยสูงมาก ธนาคารจะได้ผลต่างดอกเบี้ยเป็นกำไรหลัก นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งค่าบัตรเครดิต ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมโอนเงิน หรือแม้แต่ค่าประกันที่ธนาคารเกี่ยวข้องกับเงินฝาก ก็มักจะเป็นรายได้เสริมที่ทำให้ธนาคารมีกำไรเยอะขึ้น เมื่อรวมทั้งหลายเข้าด้วยกัน ธนาคารแทบไม่ได้ใช้เงินทุนตัวเองมากนัก แต่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินของลูกค้าได้อย่าง มหาศาล สำหรับตัวเราหากแค่เก็บเงินแบบปล่อยไว้เฉยๆ หรือที่เรียกว่า lazy money ก็จะไม่สามารถสร้างความร่ำรวยได้ ความรู้สึกเหมือนเงินที่เก็บไว้เป็นแค่สินทรัพย์ที่ไม่โตตามเวลา ผู้ที่อยากมีความมั่งคั่งต้องเรียนรู้วิธีลงทุนหรือใช้เงินให้เกิดผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยอาจเริ่มจากการศึกษาการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล กองทุนต่างๆ หรือแม้แต่ศึกษาวิธีการบริหารหนี้บัตรเครดิตให้มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าเงินฝากในธนาคารก็เหมือนเป็นการให้ธนาคารนำเงินไปสร้างผลตอบแทน ดังนั้นควรบริหารเงินให้เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้อยู่เฉยๆ แต่ควรมีการนำเงินไปลงทุนหรือเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสทางการเงินอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า ดีกว่าปล่อยให้เงินนั้นกลายเป็นเงินขี้เกียจ (lazy money) ที่ไม่เพิ่มพูนคุณค่าของตนเอง ผมเองได้ลองตั้งเป้าหมายการเงินตั้งแต่หลักพันบาท เริ่มลงทุนและเรียนรู้เรื่องการบริหารหนี้ร่วมด้วย ทำให้เงินที่เคยอยู่กับที่มีโอกาสเติบโตขึ้นและลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวได้ดีขึ้น ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่าการมีความรู้เรื่องการเงินและการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในระบบเศรษฐกิจที่ธนาคารมีบทบาทมากในปัจจุบัน