เส้นทางของ "🐤" ที่เริ่มหมดไฟ
จากเด็กที่เรียนไม่จบ เคยเกเรจนเสียศูนย์ สู่พนักงานกราฟิกดีไซน์สายบ้าเทคโนโลยี: เส้นทางของ "เป็ด" ที่เริ่มหมดไฟ
"เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ผมเรียนจบแค่ ป.6 แล้วไปบวชเรียน แต่ก็ไม่จบ สึกออกมาต่อ กศน. จนจบ ม.3 พอจะต่อ กศน. ม.6 ก็ดันเกเรจนเรียนไม่จบอีกรอบ
หลังจากนั้นเลยตัดสินใจเข้ามาทำงานใน กทม. กะว่าจะเรียน กศน. อีกรอบให้จบ แต่ก ็ดันไปเกเรซ้ำรอยเดิมอีกจนได้
จนสุดท้ายฮึดสู้ใหม่ มาเรียนต่อ กศน. ม.6 ทางไกลจนจบ พร้อมๆ กับเริ่มได้งานสายกราฟิกที่เต็นท์รถยนต์ จุดเริ่มต้นคือรุ่นพี่เห็นว่าผมชอบถ่ายรูป ตอนแรกเขาก็แค่กะให้ไปช่วยถ่ายรูปรถเฉยๆ นั่นแหละ ทำไปทำมาก็ลาออกมาเข้าบริษัทใหม่ ซึ่งที่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการเป็น 'มนุษย์เป็ด' เพราะเขาให้ทำอะไรก็ทำ ทำมันเป็นทุกอย่าง
ทีนี้บริษัทที่ทำอยู่ดันจะปิดตัว ตอนแรกผมกะจะลาออกแล้ว แต่เจ้านายไม่ให้ออก เขาเสนอดีลใหญ่ให้ตามไปช่วยเปิดโรงแรมที่ภูเก็ตแทน ผมก็เลยตามไปลุยอยู่ที่นั่นเกือบปี แต่ไอ้ 'ดีลใหญ่' ที่ว่าเนี่ย... สรุปก็ไม่ได้ แถมเงินเก็บยังเริ่มร่อยหรอ เพราะได้เงินเดือนเท่าตอนอยู่ กทม. แต่ค่าครองชีพภูเก็ตแพงกว่าตั้ง 2 เท่า! รอบนี้ผมเลยไม่ล่ งไม่ลาออกมันละ ใช้วิธีขนของหนีกลับบ้านที่เชียงรายเลย
พอกลับมา พี่สาวกำลังเปิดร้านกาแฟพอดี ผมก็เอาประสบการณ์ที่มีอยู่น้อยนิดไปช่วยกันบริหาร ทั้งชงกาแฟ ทั้งทำอาหาร ลุยกันสุดๆ แต่สุดท้ายเจอพิษโควิดเข้าไป ลูกค้าหลักคือนักท่องเที่ยวกับคนที่ข้ามมาจากฝั่งพม่าหายเกลี้ยง ร้านเลยต้องปิดตัวลง
ช่วงนั้นกลายเป็นคนว่างงานอยู่พักใหญ่ เงินเก็บไม่เหลือจนต้องเริ่มขอเงินพ่อแม่ใช้กินไปวันๆ พอตั้งสติได้ก็เริ่มออกหางานทำอีกครั้ง จนได้งานโรงแรมในตัวเมืองเชียงรายนั่นแหละ ตอนไปสมัครคือรับในตำแหน่งพนักงานต้อนรับ แต่งานจริงๆ คือทำทุกอย่าง! ล้างแอร์ เป็นยาม ทำความสะอาดห้อง เสริมเตียง ยันซักผ้าตากผ้าในโรงแรม
ทำไปทำมา เจ้านายบริษัทเก่า (คนที่เคยไปภูเก็ตด้วยกัน) ไปตามตัวให้กลับมาทำงานที่ กทม. อีกรอบ รอบนี้ผมเลยยื่นข้อเสนอไปว่าขอเอาแฟนมาทำงานด้วย และขอรับเงินเดือนเท่าเดิม
จนถึงตอนนี้ผมทำงานมาได้เกือบ 4 ปีแล้วครับ แต่บอกตรงๆ ว่าเริ่มหมดไฟ เพราะเจอเจ้านายเอาแต่ใจ เราทำงานงกๆ แต่โดนด่าโดนว่าว่าไม่ทำงาน แถมเวลาจะลาก็ไม่ให้ลา ให้เหตุผลว่า 'ถ้าหยุดงานแล้วใครจะทำงานแทน'
คือตอนนี้ทั้งบริษัทมีพนักงานแค่ 4 คน แล้วผม 1 คนต้องทำงานเป็นร้อยตำแหน่ง... แล้วมันจะมีใครมาทำแทนได้ล่ะพี่?
ผมคิดแบบนี้ผิดไหมครับ? ตอนนี้ผมทำงานจนแทบจะไม่เหลือเพื่อนคบแล้ว ชักเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าหรือยัง?
จากประสบการณ์ชีวิตที่ได้อ่านมา ทำให้ผมนึกถึงหลาย ๆ คนที่เคยเจอปัญหาหลังจากเริ่มทำงานจริงๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องรับผิดชอบหลากหลายเหมือนกับ 'มนุษย์เป็ด' ที่เล่ามาในบทความนี้ การทำงานหลายหน้าที่ในบริษัทขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งในองค์กรใหญ่ที่ไม่มีการแบ่งงานที่ชัดเจน อาจนำไปสู่ความรู้สึกหมดไฟ เหนื่อยล้า และเครียดได้มาก สิ่งที่สำคัญมากคือการรู้จักตั้งขอบเขตของตนเองและสื่อสารกับเจ้านายหรือผู้บริหาร ถึงความสามารถและขีดจำกัดที่เหมาะสมของตนเอง เช่นเดียวกับที่ในบทความนี้ ผู้เขียนเองก็กำลังเผชิญปัญหาจากเจ้านายที่เอาแต่ใจและไม่เห็นความเหนื่อยของพนักงานคนเดียวที่ต้องทำงานแทบทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ การจัดสรรเวลาให้กับการดูแลสุขภาพจิตใจและการพักผ่อนก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก การได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิดเพื่อขอคำปรึกษาหรือกำลังใจจะช่วยให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวในการเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือประสบการณ์การเปลี่ยนงานในหลายที่และย้ายที่อยู่ตามสถานการณ์ แม้ว่าจะเป็นเรื่องยาก แต่การได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างก็ช่วยให้เติบโตและมีมุมมองที่กว้างขึ้นในชีวิตส่วนตัวและอาชีพ สุดท้าย ผู้ที่กำลังรู้สึกหมดไฟหรือสงสัยว่าอาจเป็นซึมเศร้าควรรับฟังตัวเองและหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่นนักจิตวิทยาหรือแพทย์ เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อสุขภาพจิตและชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
