รีวิวการทำงาน KFC
#รีวิวพาร์ทไทม์ #พาร์ทไทม์ #kfc
สวัสดีค่าาทุกคนนน เราชื่อแพนนะคะวันนี้เราจะมารีวิวประสบการณ์การทำงานพาร์ทไทม์แรกในชีวิตอายุ 18 ปี
ของเราตามภาพข้างบนเลยนั่นก็คืองาน KFC นั่นเองค่ะ
*ทำไมถึงมาสมัคร KFC
เริ่มตั้งแต่แรกเลยนะคะแพนเป็นคนที่ชอบทำงานมากไม่ค่อยอยาก อยู่เฉยๆพอเริ่มอายุ 17 มีความรู้สึกว่าอยากทำงานแต่ไปสมัครเค้าก็ยังไม่รับนะคะเพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์แล้วพอผ่านวันเกิดปีที่ 18 ช่วงนั้นรู้สึกว่าเราจะต้องหางานทำแล้วเพราะว่าอายุเราถึงแล้ว ไม่อยากอยู่เฉยๆรวมถึงพ่อกับแม่เราก็ไม่ได้มีทุนในการส่งเราเรียนต่อ ก็เลยออกมาหางานทำดีกว่า ตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำสาขานี้ค่ะเราไปหาสมัครไว้อีกสาขานึงซึ่งสาขานั้นอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้บ้านเรามากกว่าและเราก็ไปค่อนข้างบ่อยแต่เค้าบอกกับเราว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับมาซึ่งเรามีความคิดว่าไหนๆก็ออกมาแล้วลองไปสมัครอีกสาขานึงเผื่อไว้ก่อนไหม ซึ่งเป็นสาขาที่เราไม่เคยมากินเลยนั่นก็คือสาขาที่เราได้ทำงานนั่นเองค่ะ
เราก็เดินเข้าไปในร้านแล้วก็บอกกับหน้าเคาน์เตอร์
ว่ามาสมัครงานพี่เค้าก็เอาเอกสารมาให้เราเขียนใบสมัครหลังจากนั้นก็จะมีเมเนเจอร์เดินออกมาแล้วบอกว่าเดี๋ยวรอสัมภาษณ์เลยนะคะเราก็แอบงงแล้วก็ช็อคมากเพราะว่าเราได้สัมภาษณ์เลยไม่ได้เตรียมใจมาซึ่งก็เป็นอะไรที่ทั้งดีใจแล้วก็กลัวเพราะมันเป็นครั้งแรกของเราด้วย
*คำถามสัมภาษณ์
พี่เมเนเจอร์เค้าก็ถามคำถามทั่วไปเลย
เช่นบ้านอยู่แถวไหน/อายุเท่าไหร่/เคยมีประสบการณ์อะไรมาก่อนไหม/ความสามารถพิเศษ/แล้วเรามีแพลนว่าจะเรียนต่อไหม/จะทำระยะเวลากี่เดือน ประมาณนี้นะคะ (มันค่อนข้างนานแล้วแอบลืม🥲) แล้วเค้าก็นัดวันมาทำงานแล้วก็ชี้แจงเรื่องวันที่เงินเดือนออกซึ่งมันไวมากเหมือนช่วงนั้นร้านน่าจะขาดคนพอดี เพราะว่าเพิ่งเปลี่ยนเมเนเจอร์ชุดใหม่คนในร้านคนเก่าๆก็เริ่มออกไปแล้วเหลือไม่กี่คน ส่วนมากจะเป็นเด็กใหม่แล้วพี่เมเนเจอร์ก็บอกว่าอายุเท่ากับเราเลยน่าจะเ ข้ากันได้ง่ายนะมีคนเด็กกว่าเราอีกอายุ 17 อะไรแบบนี้ เราก็เลยสบายใจเพราะว่าเป็นรุ่นเดียวกันน่าจะเข้ากันได้ง่าย
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จเราดีใจมากเพราะมันเป็นงานที่เราได้ทำสักทีหลังจากที่เรารอมานานแต่ก็แอบหวั่นเพราะกลับมา
บอกแม่บอกว่าแม่เคยทำมางานมันหนักนะเราไหวใช่ไหม (แม่กลัวเราทำไม่ไหวแต่ก็ไม่ห้ามให้เรียนรู้เอง) ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะไหวหรือไม่ไหวแค่แบบดีใจที่เรามีงานทำ เรารู้สึกว่าเรามาไกลแล้วจริงๆนะ😍
*การทำงาน
เรามาเริ่มงานวันแรกก็แอบเกร็งมากๆแล้วก็กลัวด้วยเพราะเราไม่รู้จักใครเลยต้องมาเริ่มต้นใหม่แถมเราไม่รู้ด้วยว่างานเค้าต้องทำอะไรบ้างแต่พี่ๆที่ร้านก็น่ารักแล้วก็มีน้องคนนึงสอนเราดีมากก็เลยรู้สึกว่าไม่กดดันเท่าไหร่ช่วงอาทิตย์แรก เราจะได้อยู่ตำแหน่งล็อบบี้หรือก็คือทำความสะอาดโซนที่ลูกค้านั่งนั่นเองไม่รู้ว่าเราโชคดีหรือไม่ดีที่ได้ร้านที่โคตรใหญ่ ล็อบบี้ก็ใหญ่มากๆถ้าวันไหนได้ปิดร้านเราได้ปิดโซนล็อบบี้ต้องรีบลงตั้งแต่สามทุ่มเพราะว่าประมาณห้าทุ่มครึ่งคนในร้านจะเริ่มปิดร้านกันเสร็จแล้ว เที่ยงคืนก็จะสแกนนิ้วออก และเราได้เริ่มปิดล็อบบี้ตั้งแต่วันที่สองที่ไปทำงานเลยช่วงประมาณวันที่สามที่สี่เราท้อมากว่าเราจะต้องทำแบบนี้ไปทั้งเดือนหรอแต่พอเริ่มเข้าอาทิตย์ที่สองก็เริ่มได้ขึ้นมาอยู่แคชเชียร์เริ่มได้ลองกดเครื่องทำให้เรารู้ว่าเราชอบการอยู่แคชเชียร์มากแล้วอยู่ไปเรื่อยๆก็เริ่มได้มีการอยู่ไดร์ฟทู ก็คือรับออเดอร์ที่ขับมาสั่งประมาณนี้บวกกับว่าทุกคนในร้านเข้ามาใหม่พร้อมๆกันหมดทั้งทีมเมเนเจอร์ชุดใหม่หรือพนักงานก็จะเริ่มมีการปรับตัวพร้อมๆกันเริ่มสนิทพร้อมๆกันจะมีช่วงประมาณสามสี่เดือนที่เรารู้สึกว่ามีความสุขมากเพราะว่าทุกคนในร้านมาสนิทกันมันตลกมันเฮฮา จนเริ่มมีโอกาสได้ไปช่วยซัพพลายบ้างตอนคนไม่พอ เหลืออยู่ตำแหน่งเดียวที่เราไม่เคยแตะเลยคือกุ๊กกลัวทำไก่ไม่อร่อยอ่ะ🙂↔️
โชคดีมากที่ตลอดการทำงานที่ผ่านมาได้เจอสังคมที่ดีสนิทกันมากถึงขั้นไปกินหมูกระทะด้วยกันแล้วก็ขับไปส่งที่บ้านตอนพักก็ไปตลาดด้วยกันแต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลาเพราะว่าเราก็ต้องออกจากงานเพื่อกลับไปเรียนต่อขึ้นมหาลัย
*เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย
ยังไม่รวมต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ร้านเก็บกระเป๋าต่างๆมีช่วงนึงที่คนในร้านขาดไม่มีคนปิดร้านเราก็เลยต้องปิดร้านจนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งแล้วประมาณ ตีห้า 6 โมงเช้าก็ต้องตื่นไปเรียนต่อแรกๆเราไหวหลังๆเหนื่อยมากจนยอมไปสายเกือบเข้าแถวแล้วก็ไม่แต่งหน้าเราไม่แคร์แล้วว่าใครจะมองยังไงขอให้เราได้นอนต่ออีกสัก30นาทีก็ยังดี อยากจะบอกว่าช่วงที่ปิดร้านบ่อยๆไม่สบายบ่อยมากอาทิตย์นึงป่วยอาทิตย์นึงป่วยแล้วสิวขึ้นเต็มหน้าไปหมดเลยจากคนที่ไม่เคยเป็นสิวก็เลยตัดสินใจบอกพี่เมเนเจอร์เขาว่าเราไม่ไหวแล้วขอเป็นเสริมบ้างก็จะได้กลับบ้านไวขึ้นหน่อย ซึ่งเสริมในที่นี้กลับบ้านช้าสุดก็ประมาณสี่ทุ่มยังมีเวลาให้ทำอะไรสักชั่วโมงเพราะปกติกลับบ้านไปแทบจะไม่ได้จับโทรศัพท์เลยอาบน้ำนอนอย่างเดียว โชคดีมากที่ช่วง ม. 6 เป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีการบ้านส่วนมากจะเป็นงานกลุ่มเพราะว่า ม. 6 เรียนน้อยติวเยอะด้วยแหละ
*รายได้
ถ้าเป็นพาร์ทไทม์เงินจะออกสองรอบ วันที่15,25
ถ้าขยันมากก็ได้เยอะถ้าขยันน้อยก็ได้น้อย5555 เดือนแรกรอบแรกออกประมาณ 5,421 บาทดีใจมากเพราะมันคือเงินก้อนแรกที่เราทำงานมา แล้วก็ก้อนที่สองที่ออกอีกรอบหนึ่งในเดือนเดียวกันแล้วได้ประมาณ 5,231 รวมๆกันก็อยู่ที่ประมาณ 10,000 กว่าบาทได้เลยเพราะว่าช่วงนั้นปิดเทอมแต่พอเปิดเทอมก็ทำได้น้อยลงแล้วบางเดือนก็ตกเดือนละ 3,000 หรือ 4,000 ก็แล้วแต่เพราะว่าเราทำได้ไม่กี่ชั่วโมงโชคดีที่เราเรียนสายศิลป์ภาษาก็เลยได้เลิกไวหน่อยแต่กว่าจะเดินทางมาถึงก็ บ่ายสามบ่ายสี่แล้วอ่ะ
*สรุป
การทำงานครั้งนี้มันสอนให้เรารู้ถึงคุณค่าของเงินมากขึ้นทำให้เรามีความคิดที่โตขึ้นใจเย็นขึ้นจนน่าตกใจเพราะเมื่อก่อนเป็นคนที่ใจร้อนติดวีนนิดนึงแต่ตอนนี้มีความรู้สึกว่าเราลองใจเย็นดูก่อนไหมอาจจะเป็นสิ่งที่ได้มาจากงานบริการเพราะบางทีก็เจอลูกค้าวีนมาเหมือนกันและถ้าเราวีนใส่เค้าอีกมันก็ส่งผลเสียเนาะ ตอนที่ปิดเทอมแล้วทำงานไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ถึงจะเหนื่อยแต่กลับมาพักแป๊บเดียวก็หายแต่ช่วงที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยอันนี้อย่าหาทำหรือถ้าใครแกร่งจริงๆทำเลยเพราะว่ามันสนุกเพราะเราต้องเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋านักเรียนมาแล้วก็จะมาเปลี่ยนในห้องน้ำแล้วก็เดินเข้ามาทำงาน 🗣แนะนำเพิ่มเติม:เราทำงานนี้ไปได้ประมาณหกเดือนเกือบเจ็ดเดือน ถามว่างานเหนื่อยไหมบอกตรงๆเลยว่าเหนื่อยมากๆเป็นงานที่กดดันทั้งเวลาทั้งเมเนเจอร์ทั้งเพื่อนร่วมงานด้วยกันหรือแม้กระทั่งลูกค้าไรเดอร์ที่บางทีไก่มันยังไม่ไม่สุกหรือยังไม่เสร็จแต่ว่าเค้าเร่งมาแบบนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องบอกให้เค้าใจเย็นหรือไม่ก็รอออเดอร์ประมาณเท่านี้เท่านี้ แล้วยิ่งวันไหนที่เป็นวันนักขัตฤกษ์หรือได้สองแรงลูกค้าสั่งเยอะก็จอแดงเถือกไปเลย ตอนนี้เราก็ไม่ได้ทำต่อแล้วนะคะพอมานั่งคิดดูแล้วตัวเองก็แอบเก่งมากที่ทำมาได้ขนาดนี้เพราะว่างานมันเหนื่อยมากๆกดดันทั้งเวลากดดันทุกอย่างเลยยืนก็เยอะเปิดร้านปิดร้านอยู่อย่างนั้น
💵แคชเชียร์ : จัดออเดอร์/ออกออเดอร์/บริการลูกค้า
🍔ซัพพลาย : ทอดเฟรนช์ฟรายส์/นักเกต/โดนัทกุ้ง
ประกอบอาหารทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการทอดไก่
🍗กุ๊ก : หมักไก่/ลงไก่/ทอดไก่/เอาไก่ขึ้น
🧹ล๊อบบี้ : ดูแลความเรียบร้อย/ทำความสะอาดโซนที่นั่งของลูกค้าทั้งหมด
✅ข้อดี
มีเงินเอาไปซื้อของที่เราอยากมีอยากได้ได้รับประสบการณ์ในชีวิตที่ทำให้เราโตขึ้น
⭕️ข้อเสีย
ไม่ค่อยมีเวลาให้คนในครอบครัวเท่าไหร่บางวันกลับมาแทบไม่ได้เจอพ่อกับแม่เลยด้วยซ้ำสังคมน้อยลงแต่สังคมทำงานกับเยอะขึ้น
จบการรีวิว🙏🏻
จากประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ที่ KFC ที่แบ่งปันไว้ เราสามารถเห็นได้ว่างานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การหารายได้เสริมเท่านั้น แต่ยังสอนทักษะชีวิตและเรื่องการปรับตัวในสังคมการทำงานจริงๆ การเริ่มต้นสมัครงานและการสัมภาษณ์เป็นจุดสำคัญที่บ่งบอกถึงความจริงจังและความพร้อมของเรา พี่เมเนเจอร์ที่ร้าน KFC ส่วนใหญ่จะถามคำถามทั่วไปเพื่อดูความเหมาะสมและวางแผนการทำงานร่วมกับเรา เช่น ถามถึงอายุ ที่อยู่ หรือประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งการเตรียมตัวและความมั่นใจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผ่านขั้นตอนนี้ได้อย่างราบรื่น ช่วงเริ่มงานวันแรกสำหรับหลายคนอาจรู้สึกกดดันและไม่คุ้นเคย แต่พนักงานและหัวหน้าที่เป็นมิตรสามารถช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและเรียนรู้งานได้เร็วขึ้น การเริ่มจากงานล็อบบี้ เช่น ทำความสะอาด และค่อยๆ เรียนรู้ตำแหน่งแคชเชียร์ การบริการลูกค้า รวมถึงงานในไดร์ฟทรู จะช่วยสร้างทักษะการจัดการเวลา ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีมได้ดีมาก นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดยังต้องรับมือกับสถานการณ์กดดัน เช่น ลูกค้าจำนวนมากในวันหยุด หรือการเร่งทำอาหารให้ทันตามออเดอร์ สิ่งนี้สอนให้เราเรียนรู้การจัดการความเครียด ความอดทน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับชีวิตและการทำงานในอนาคต สำหรับใครที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย สิ่งนี้เป็นความท้าทายอย่างมาก ต้องมีการวางแผนด้านเวลาและพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและการเรียน โดยเฉพาะเรื่องความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ควรพูดคุยกับผู้จัดการเพื่อปรับเวลาด้วย เช่น การขอเปลี่ยนเป็นชั่วโมงเสริมที่เลิกงานเร็วขึ้น รายได้พาร์ทไทม์ของ KFC นั้นอาจขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงที่ทำงานและความขยัน ข้อดีคือได้รับเงินสม่ำเสมอสองครั้งต่อเดือนและสามารถเก็บเป็นทุนการศึกษา หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ นอกจากนี้ การได้พบปะเพื่อนร่วมงานที่ดี สร้างสรรค์บรรยากาศการทำงานที่สนุกสนานช่วยคลายความเครียดและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ข้อเสียหลักที่พบคือเวลาที่ยากต่อการจัดสรรระหว่างการทำงานและครอบครัว รวมถึงเวลาพักผ่อนที่น้อยลง ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการเวลาที่ดีและความเข้าใจจากคนรอบข้างจึงจะผ่านไปได้ โดยรวมแล้ว งานพาร์ทไทม์ที่ KFC เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเยาวชนในการเรียนรู้ชีวิต ทำงานเป็นทีม และรับผิดชอบต่องานจริง หากใครกำลังมองหางานพาร์ทไทม์ที่ได้ประสบการณ์และเงินในวัยเรียน ลองพิจารณางานนี้ดูครับ มันอาจจะเหนื่อยแต่ก็น่าท้าทายและให้บทเรียนชีวิตที่น่าจดจำมากทีเดียว









ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม