自動翻訳されています。元の投稿を表示する

#100レチノールは赤ちゃんの顔を引き締めるのに役立ちます。

2025/9/15 に編集しました

... もっと見るถ้าคำถามคือ “เรตินอล ยี่ห้อไหนดี 7-11” เราว่าให้เริ่มจากการดูว่าเป็นเรตินอลแบบไหน และเหมาะกับผิวเราหรือเปล่าค่ะ เพราะในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะเป็นสายอ่อนโยนกว่าเรตินเอ (tretinoin) เน้นใช้ต่อเนื่องเพื่อผิวดูเด็กลง ผิวตึง และริ้วรอยดูจางลงแบบค่อยเป็นค่อยไป จากที่เราใช้กลุ่มที่เป็น Bio-Retinol + Encapsulated Retinol (เรตินอลแบบแคปซูล) จะรู้สึกว่า “เสถียรและไม่แรงเกิน” จุดที่ชอบคือเนื้อจะซึมง่าย ไม่ค่อยทำให้ผิวแห้ง แดง แสบ หรือลอกเท่าเรตินอลที่แรงๆ และบางสูตรจะใส่มาเป็นหลายฟอร์ม (เห็นบางตัวเคลม 3 ฟอร์ม) เพื่อช่วยให้ทำงานได้ยาวนานขึ้นและระคายเคืองน้อยลง เหมาะกับคนที่อายุ 30++ แล้วอยากเริ่มดูแลริ้วรอยแต่ไม่อยากผิวพัง ทริคเลือก “เรตินอลใน 7-11” แบบอ่านฉลากง่ายๆ 1) มองหาคำว่า Encapsulated Retinol / Bio-Retinol หรืออนุพันธ์วิตามินเอที่อ่อนโยน ถ้าผิวแพ้ง่ายจะเริ่มง่ายกว่า 2) เลือกสูตรที่มีตัวเพิ่มความชุ่มชื้นร่วมด้วย เช่น Hyaluronic Acid, Ceramide, วิตามินอี, วิตามินบี เพราะเรตินอลทำให้ผิวแห้งได้ คนส่วนใหญ่พลาดตรงนี้ 3) ถ้าอยากได้ฟีลผิวอิ่มฟูเร็ว ลองดูส่วนผสมแนว “Ultra Filling Spheres” หรือสารกลุ่มที่ช่วยเติมเต็มผิวให้ดูแน่นขึ้น ช่วยให้หน้าดูตึงขึ้นระหว่างรอผลระยะยาวของเรตินอล วิธีใช้ให้เห็นผลและไม่ระคายเคือง (มือใหม่ทำตามนี้เวิร์กมาก) - เริ่มสัปดาห์ละ 2-3 คืนพอ (เช่น จันทร์/พุธ/ศุกร์) แล้วค่อยเพิ่มความถี่เมื่อผิวรับได้ - ทาหลังล้างหน้าและผิวแห้งสนิท รอ 10-15 นาทีค่อยลงเรตินอล จะลดแสบได้ - ใช้วิธี “แซนด์วิช” ก็ได้: มอยส์เจอร์บางๆ > เรตินอล > มอยส์เจอร์ทับ ช่วยลดลอก - กลางวันต้องทากันแดดทุกวัน เพราะผิวไวต่อแดดขึ้น (ถึงบางสูตรจะบอกไม่ไวต่อแสง เราก็ยังไม่ข้ามกันแดดค่ะ) แล้วทาใต้ตาได้ไหม? บางสูตรที่อ่อนโยนจะเคลมว่าทาใต้ตาได้ แต่เราแนะนำให้ “เว้นขอบตา” ก่อน 1-2 สัปดาห์ พอมั่นใจว่าไม่แสบค่อยแตะบางๆ และตามด้วยครีมบำรุงเสมอ สรุปมุมเรา: ถ้าจะหาเรตินอลใน 7-11 ให้เน้นตัวที่เป็น Bio-Retinol/Encapsulated Retinol + มีไฮยาฯ เซราไมด์ วิตามินอี จะใช้ง่ายกว่า โอกาสผิวพังน้อยกว่า และได้ทั้งงานผิวอิ่มฟู-ดูตึง พร้อมผลเรื่องริ้วรอยแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ