Automatically translated.View original post

Share the parable. The ball has many rounds.

"You have a seizure in front of your eyes without a degree of fever..." 😭

Per first started seizures in just 10 months, no fever, no alarms, and then suddenly stopped seizures in front of her.

At that time, the whole world was almost very worried.

We thought that just one time would pass.

But finally, three more seizures, especially the third and fourth, come next to each other.

It wasn't three years old.

The doctor prescribed anticonvulsants every day for 2 years.

Per ate, but still had to check the electroencephalogram because Per refused to sleep.

That makes you blur, stagger, sluggish for weeks, heartbroken, just trying to figure out why you're here.

Mom, everyone understands that.

That we would do everything to keep our children safe

Despite the pain in my heart,

Would like to share it as an illustration

Some children have seizures, even without a fever.

Don't wait. Don't guess. Don't think it'll heal.

Hurry and see a doctor. It's the best.

# Mom, please share # Mom, please review # Mother and child # Ask # Story people have children

2025/8/5 Edited to

... Read moreอาการชักในเด็กถือเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าในบางกรณีจะเกิดขึ้นโดยไม่มีไข้สูงก็ตาม การชัก (Seizure) เกิดจากความผิดปกติของสมองที่ทำให้มีการปลดปล่อยสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติออกมา ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อสมอง อาการบาดเจ็บ โรคลมชัก หรือแม้กระทั่งโรคประจำตัว บางครั้งเด็กอาจมีอาการชักที่เรียกว่า Febrile Seizure คือชักจากไข้สูง แต่หากชักโดยไม่มีไข้ อาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวลมากกว่า สำหรับเด็กที่มีอาการชักหลายครั้งและไม่มีไข้เหมือนในกรณีของเปอร์ การติดตามอาการและการรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) จะช่วยตรวจวิเคราะห์การทำงานผิดปกติของสมองและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงการใช้ยาป้องกันการชักที่ต้องรับประทานตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการชักกลับมาอีก การที่เด็กมีผลข้างเคียงจากยานอนหลับหรือยาอื่น ๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกอ่อนเพลีย เดินเซ หรือมีปัญหาทางพัฒนาการ จึงควรได้รับการดูแลและประเมินอาการจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรเรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีเด็กชัก เช่น หลีกเลี่ยงการจับเด็กเพื่อบีบหรือยื้อศีรษะ การนำของแข็งหรือของมีคมออกห่าง เพื่อป้องกันอันตราย ขณะเดียวกันก็ต้องรีบพาเด็กพบแพทย์ทันที สุดท้าย สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองไม่ควรนิ่งนอนใจหรือปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไร้การดูแล เพราะหากได้รับการวินิจฉัย และรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันผลกระทบรุนแรงทางสมองและช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้การมีเครือข่ายสนับสนุนทั้งครอบครัวและชุมชน รวมถึงการร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับแม่และพ่อท่านอื่น ๆ จะช่วยเติมเต็มความเข้าใจและกำลังใจให้กับผู้ปกครองได้อย่างมาก