Automatically translated.View original post

If a male teacher gets too close to her daughter, how will she cope?

I am a mother who has a daughter. This has not yet happened to my child, but with the child of an acquaintance who is still in kindergarten. The male teacher likes to rub his head, hold the child's cheek almost every day. Listen and feel uncomfortable. Feel that it is too close, not appropriate for young children. Want to ask how to deal with our own child, should talk to the teacher directly or inform the school first? And how should we teach the child to dare to tell immediately if anyone does something uncomfortable? What do the Mon people say about this point?

# Human mother # Mom should know # Mother's Day

2025/8/28 Edited to

... Read moreประเด็น “ครูผู้ชายเข้าใกล้ลูกสาวเกิน” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากค่ะ เพราะบางโรงเรียนวัฒนธรรมการแสดงความเอ็นดูอาจต่างกัน แต่หน้าที่เราคือทำให้ลูกปลอดภัยและสบายใจที่สุด สิ่งที่เราทำได้คือวางแผนเป็นขั้นตอน จะได้คุยด้วยข้อมูล ไม่ใช้อารมณ์ และปกป้องทั้งลูกและสิทธิของทุกฝ่าย 1) เช็กสัญญาณว่า “เกินขอบเขต” ไหม ถ้าการแตะตัวเกิดถี่มาก เช่น ลูบหัว/จับแก้มแทบทุกวัน เจาะจงกับเด็กคนเดิม หรือทำตอนอยู่ลับตาคนอื่น อันนี้ควรตั้งข้อสังเกตค่ะ อีกอย่างที่สำคัญคือ “ลูกไม่สบายใจ” ถึงครูจะบอกว่าเอ็นดู แต่ถ้าเด็กถอยหนี หน้านิ่ง กลัว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือบ่นว่าไม่ชอบ เราควรถือความรู้สึกเด็กเป็นหลัก 2) เก็บข้อมูลแบบสุภาพ ลองถามลูกแบบไม่ชี้นำ เช่น “วันนี้ที่โรงเรียนมีใครกอด/จับตัวหนูไหม แล้วหนูรู้สึกยังไง” ถ้าลูกเล่าได้ ให้จดวันเวลาโดยคร่าว ๆ และรายละเอียดพอประมาณ (ไม่ต้องทำให้ลูกเครียด) เพื่อใช้คุยกับโรงเรียนอย่างเป็นระบบ 3) เลือกช่องทางคุย: เริ่มที่ครู/หัวหน้าระดับชั้น แล้วค่อยขยับ ถ้าเหตุการณ์ยังไม่ชัดว่าเป็นการคุกคาม แต่คุณแม่รู้สึกไม่โอเค วิธีที่นุ่มนวลคือขอนัดคุยครูแบบส่วนตัวก่อน แล้วขอ “ขอบเขต” ที่ชัดเจน เช่น - “แม่อยากขอให้หลีกเลี่ยงการลูบหัว จับแก้ม หรือแตะตัวลูกบ่อย ๆ ค่ะ ลูกเขินและไม่สบายใจ” - “ถ้าจำเป็นต้องสัมผัส เช่น พาไปล้างมือ/ช่วยติดกระดุม ขอให้บอกลูกก่อนทุกครั้งได้ไหมคะ” ถ้าคุยแล้วไม่เปลี่ยน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม ให้ขยับไปคุยฝ่ายปกครอง/ผอ. พร้อมข้อมูลที่จดไว้ และขอให้โรงเรียนมีมาตรการ เช่น อยู่ในพื้นที่เปิดเผย มีกล้อง มีครูอีกคนร่วมอยู่ด้วย 4) สอนลูกให้ “กล้าปฏิเสธ-กล้าบอก” แบบที่ทำได้จริง ที่บ้านลองซ้อมประโยคสั้น ๆ ให้ลูกพูดได้ทันที เช่น - “หนูไม่ชอบค่ะ/ไม่ต้องจับค่ะ” - “หยุดนะคะ” - “หนูขอไปหาแม่/ไปหาเพื่อนค่ะ” และย้ำกติกา 3 ข้อ: ร่างกายหนูเป็นของหนู (ใครจะจับต้องขออนุญาต), ความลับที่ทำให้หนูอึดอัดต้องบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ, บอกแม่ได้เสมอไม่โดนดุ 5) ตั้ง “ผู้ใหญ่ 3 คน” ที่ลูกขอความช่วยเหลือได้ เช่น แม่/พ่อ, ครูประจำชั้นอีกคน, ป้าหน้าโรงเรียน หรือญาติที่รับ-ส่ง เพื่อให้ลูกมีทางเลือกเวลาไม่กล้าบอกคนเดียว สุดท้าย ถ้ามีการแตะต้องในจุดสงวน การกอดรัดแน่น ๆ การพาไปที่ลับตา หรือมีการข่มขู่ให้ปิดเป็นความลับ แบบนี้อย่ารอค่ะ รีบแจ้งผู้บริหารโรงเรียนทันที และพิจารณาปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองเด็กในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของลูกก่อนเป็นอันดับแรก