สาวออฟฟิศย่านเพลินจิต ใช้เงินวันละกี่บาท?
Peace 和 Oriental Teahouse (Gaysorn Amarin)
ชาเขียวแถวนี้แก้วละ 150+ 🍵เลยลองชงชาเขียวจาก @peace.teahouse ตัว Naturalist matcha (high firing🔥) ชงกับนมแล้วนัวมาก ผงชาก็หอมกลิ่น Nutty สุดๆ
1 ซองอยู่ได้ยาวๆเลย 😉 #peaceorientalteahouse #ชาเขียวมัทฉะ #matchalover #พนักง านออฟฟิศ
ถ้าใครทำงานออฟฟิศแถวเพลินจิตเหมือนเรา สิ่งที่รู้สึกชัดมากคือ “ค่าใช้จ่ายยิบย่อย” มันรวมกันแล้วสูงกว่าที่คิด โดยเฉพาะวันที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยเครื่องดื่มดีๆ สักแก้ว โครงค่าใช้จ่าย 1 วันของเราประมาณนี้ (ตัวเลขคร่าวๆ ปรับตามไลฟ์สไตล์ได้เลย) - ค่าเดินทางไป-กลับ: ประมาณ 90 บาท (ถ้าใช้ BTS/MRT หรือมีต่อวิน) - ค่าอาหารกลางวัน: 200+ บาท (โซนนี้ร้านในห้าง/คาเฟ่จะพุ่งง่ายมาก) - ค่าเครื่องดื่ม: 150+ บาท (ยิ่งเป็นชาเขียว/มัทฉะดีๆ ราคาแถวเพลินจิตค่อนข้างแรง) รวมๆ ก็แตะ 400-500 บาทต่อวันได้ไม่ยาก ถ้าวันไหนมีขนมหรือกาแฟเพิ่มก็ยิ่งบานปลาย ทริคที่ช่วยคุมงบ แต่ยังได้ฟีล “ดื่มของอร่อย” คือเปลี่ยนจากซื้อทุกวัน มาเป็น “ชงเองบางวัน” โดยเฉพาะสายมัทฉะ เราลองใช้ Naturalist matcha (high firing) ของ Peace Oriental Teahouse กลิ่นจะออก nutty หอมๆ พอชงกับนมแล้วนัวมาก เหมาะกับวันที่อยากได้ความเข้มแต่ไม่ขมโดด วิธีชงแบบออฟฟิศทำได้ (ไม่ต้องอุปกรณ์เยอะ) 1) ใส่ผงมัทฉะ 1–2 ช้อนชา (ปรับตามความเข้มที่ชอบ) 2) เติมน้ำร้อนนิดเดียวแล้วคน/เขย่าให้เนียน (ถ้ามีแก้วเชคจะสะดวกมาก) 3) เติมนมเย็นหรือนมอุ่น แล้วเติมน้ำแข็ง 4) ถ้าชอบหวาน ค่อยๆ เติมน้ำผึ้ง/ไซรัปทีละนิด ข้อดีคือ 1 ซองอยู่ได้นาน ทำให้ “ต้นทุนต่อแก้ว” ถูกกว่าซื้อแก้วละ 150+ เยอะ แถมชงได้ทั้งที่บ้านและที่ออฟฟิศ (แบรนด์นี้มีหลายสาขาและมีออนไลน์ด้วย) วันไหนต้องประหยัดก็ชงเอง วันไหนอยากออกไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศค่อยซื้อ ถือว่า balance ดีมาก อีกอย่างที่ช่วยประหยัดในย่านเพลินจิต: พกขวดน้ำ/แก้วส่วนตัว, เลือกเมนูกลางวันเป็นจานเดียวให้อิ่มจริง, และกำหนด “วันซื้อเครื่องดื่ม” ล่วงหน้า (เช่น 2–3 วัน/สัปดาห์) ทำตามนี้สักพักจะเห็นเงินเหลือชัดเลย




































