วิ่ง 10 กิโลครั้งแรก : mini marathon ✨
Mini Marathon 10km
เป็นการลงวิ่งครั้งแรก เกินความคาดหมายมาก บางคนก็เดิน บางคนก็วิ่งไม่ได้เคร่งเครียดแข่งกับตัวเองเท่าที่เราไหว พออยู่ในสนามแล้วเหมือนมันมี energy ทุกคนไนท์มากเชียร์กันตลอดสู้สู้
🏃🏻♀️นักวิ่งมือใหม่ไปสนามไหนต่อดีน้าาา
#BangkokMarathon2025 #BKKMARATHON2025 #กรุงเทพมาร าธอน #กรุงเทพมาราธอนครั้งที่36 #SeeYouAtTheFinishLine
ถ้าเพิ่งเริ่มวิ่งแล้วกำลังถามตัวเองว่า “mini marathon กี่กิโล?” หรือ “วิ่งครั้งแรกควรวิ่งกี่กิโลดี” เราสรุปจากประสบการณ์ลงสนามครั้งแรกให้เลยค่ะ: โดยทั่วไป Mini Marathon คือระยะ 10K (10 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นระยะยอดฮิตสำหรับมือใหม่ เพราะท้าทายกำลังดี แต่ยังไม่โหดเท่าฮาล์ฟ/ฟูลมาราธอน สำหรับเรา 10K ครั้งแรกคือ “เกินคาด” ตรงที่บรรยากาศในสนามช่วยได้เยอะมาก มีคนวิ่งเร็วก็มี คนวิ่งสลับเดินก็มี ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องวิ่งตลอดทาง ขอแค่ไปให้ถึงเส้นชัยก็ถือว่าสำเร็จแล้ว แถมพอเข้าเส้นชัยได้เหรียญรางวัลมาแขวนคอ ความรู้สึกมันภูมิใจสุดๆ (อยากถ่ายรูปคู่เหรียญกับป้ายงาน/แลนด์มาร์กไว้เป็นที่ระลึกด้วย) ถ้าถามว่า “วิ่งครั้งแรก ควรเริ่มกี่กิโล” ส่วนตัวเราแนะนำคิดเป็นขั้นๆ แบบนี้ 1) ถ้ายังไม่เคยลงงานเลย: เริ่ม 3–5K จะชิลกว่า ฝึกความคุ้นเคยกับบรรยากาศงานวิ่งก่อน 2) ถ้าวิ่งออกกำลังกายมาบ้าง (วิ่ง/เดิน 30–45 นาทีได้): ขยับไป 10K ได้เลย โดยตั้งเป้าหมายเป็น “จบให้ได้” ไม่ต้องเน้นเวลา ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ 10K ครั้งแรกจบสวยแบบไม่ทรมาน - วางแผนเพซ: ออกตัวช้ากว่าที่คิด 10–20% เพราะช่วงแรกคนเยอะและตื่นเต้น ทำให้เผลอเร่ง - ใช้วิธีวิ่งสลับเดินได้: เช่น วิ่ง 8–10 นาที เดิน 1–2 นาที จะช่วยประคองหัวใจและขาให้ไหวจนจบ - ซ้อมให้ใกล้เคียงจริง: ก่อนแข่ง 2–4 สัปดาห์ ลองวิ่งยาวสัก 6–8K อย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายรู้ระยะ - น้ำ/เกลือแร่: ระหว่างทางเห็นจุดบริการก็จิบนิดๆ พอ ไม่ต้องดื่มทีละเยอะ (มือใหม่ท้องไส้จะปั่นป่วนง่าย) - ของที่ควรมี: รองเท้าวิ่งที่ใส่ซ้อมมาแล้ว, ถุงเท้ากันเสียดสี, หมวกหรือผ้าโพกหัว, เข็มกลัดติดเบอร์, วาสลีน/กันเสียดสี สุดท้าย ถ้ากำลังลังเลว่าจะลง mini marathon 10K ดีไหม บอกเลยว่า “ไปเถอะ” เพราะพลังเชียร์ในสนามมันดันให้เราทำได้มากกว่าที่คิดจริงๆ แล้วค่อยเลือกสนามต่อไปจากงานที่จัดใกล้บ้าน เส้นทางสวย หรือมีเพื่อนไปด้วย จะสนุกและมีกำลังใจมากขึ้นค่ะ








