ป้ายยาคลีนซิ่งได้ไปต่อ ✨

คลีนซิ่ง ฟีลลิ่งดี เป็นสูตรของคุณหมอ!!

คลีนซิ่งตัวนี้ เอาออกได้หมดจด เป็นสูตร ไมเซล่า วอเตอร์ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ✨

ไม่แสบตาด้วย อีกทั้งยังผิวยังชุ่มชื่น อยากบอกต่อให้ทุกคนลองเปิดใจดูนะคะ ปริมาณที่เขาทำมารอบนี้ คือ จุใจ มาก 500 ml ‼️ รีบตุนเลยย❤️

เสิร์ชชื่อร้าน Facelabs Thailand ใน Shopee, Lazada ได้เลย

#FACELABS #เฟซแลบส์ #คลีนซิ่งไมเซลล่า #คลีนซิ่งฟิลลิ่งดี #เช็ดเครื่องสำอาง

2025/10/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังตามหา “คลีนซิ่งไม่แสบตา” เราเข้าใจเลยว่ามันหายาก เพราะบางตัวพอโดนนิดเดียวก็แสบ น้ำตาไหล แถมผิวรอบตายิ่งบางอยู่แล้ว ช่วงที่เราแต่งหน้าเกือบทุกวัน (กันแดด + รองพื้น + มาสคาร่า) เลยตั้งใจเลือกคลีนซิ่งที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ แล้วได้ลองแนวไมเซลล่า วอเตอร์ที่เคลมว่าไม่แสบตาและเหมาะกับผิวแพ้ง่าย ซึ่งโดยรวมประทับใจมากค่ะ สิ่งที่เราสังเกตว่า “ไม่แสบตา” จริง ๆ มักมาจาก 3 อย่าง: 1) สูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมแรง ๆ 2) เนื้อคลีนซิ่งเป็นน้ำ ไม่ทิ้งความมันหรือความหนืดไว้รอบดวงตา 3) เช็ดแล้วผิวไม่ตึง แปลว่ามันไม่ดึงความชุ่มชื้นออกไปจนหมด ตัวที่เราใช้รอบนี้หลังเช็ดรู้สึกผิวนุ่มและชุ่มชื่นดี เหมือนมีตัวช่วยเติมน้ำให้ผิว (เห็นระบุเรื่องไฮยา 8 โมเลกุล/8D HYA ด้วย) วิธีใช้ให้ลดโอกาสแสบตา (อันนี้ช่วยมาก): เทคลีนซิ่งลงบนสำลีให้ชุ่มพอประมาณ แล้ว “โปะ” ไว้ที่เปลือกตา 10–15 วินาทีก่อนค่อย ๆ เช็ดลง ไม่ต้องถูแรง ๆ โดยเฉพาะมาสคาร่าหรืออายไลเนอร์กันน้ำ ถ้ายังไม่หมด ให้เปลี่ยนแผ่นใหม่แล้วทำซ้ำ จะสะอาดกว่าและไม่ระคายเคืองผิวรอบตาค่ะ เราชอบตรงที่เช็ดแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ และคราบเมคอัพออกค่อนข้างหมดจดจากสำลีไม่กี่แผ่น อีกจุดที่คนผิวแพ้ง่ายควรเช็กคือหลังเช็ดแล้วมีผื่น/คัน/ตึงไหม ถ้ามีอาจต้องลดจำนวนครั้งหรือเปลี่ยนสูตร แต่ของเรารู้สึกสบายผิว ไม่อุดตันง่าย และเหมาะกับวันที่ต้องล้างแบบเร่งรีบด้วย ส่วนตัวเราใช้เป็นสเต็ปแรก แล้วตามด้วยเจลล้างหน้าอ่อน ๆ อีกทีเพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะวันที่ลงกันแดดหนัก ๆ ใครที่เน้นคลีนซิ่งไม่แสบตาและอยากได้ขวดใหญ่คุ้ม ๆ แบบ 500 ml ลองมองหาสูตรไมเซลล่า วอเตอร์ที่ระบุสำหรับผิวแพ้ง่าย/ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีสารให้ความชุ่มชื้นอย่างไฮยา จะช่วยให้เช็ดเมคอัพได้สบายตาและผิวยังนุ่มชุ่มชื่นหลังใช้ค่ะ