自動翻訳されています。元の投稿を表示する

#サイアムが笑わなかった日

タイはこれまでに誰かを侵略したことがありません。人命に損害を与える場合、静かであろうと大きな音であろうと、繰り返し起こる行動は脅威と見なされます。タイの兵士がカンボジア国境の高気圧地域、そして重要なことに、タイの国境内で地雷に何度も踏みつけると、これを一般的な事故と見なすことは非常に困難です。その理由は非常にシンプルです。地雷は自発的に発生するものではありません。地雷には意図が必要です。

事前に位置と計画を立てます。実際の事故であれば、通常は過去の戦争から残された古い地雷です。ASEAN Observer Corps(AOT)が提供した証拠によると、それはタイ国境に設置された新しいPMN 2地雷です!紛争地域であっても、政治的な紛争は人々を傷つける口実にはなりません。地雷は、タイ人を傷つけ、国際法に違反し、人権を侵害し、可能性としては戦争犯罪を犯すことを目的とした軍事戦術です。

カンボジアは本当に平和が必要なのか?

タイ軍はカンボジア軍だけが応戦しました

そして、タイの市民に害を及ぼす武器を隠す軍事目標。タイの報復は

自己保護と公共生活の保護

タイは注意深く国際法を厳守しなければなりません。

ターゲット選択攻撃射撃とは異なります。

カンボジア側の市民生活に関わらず、

否定できない事実は、停戦時に7人のタイ兵士が足を失ったことです。

これは落ち着いていますか?答えはノーです。

その前に、カンボジア市民を治療していた病院である7-11コンビニエンスストアにBM 21ロケットが発射されました。

学校や民間地域は無実の人々を殺害しています。そう、つまり、タイ全土です。タイはカンボジアの軍事基地や詐欺師の基地を攻撃するためにF-16航空機を投入する必要があります。繰り返しますが、標的は軍隊であり、人々ではありません。さらに、カンボジアは自国民を利用したり、古代遺跡や古代遺跡を軍事施設や隠れ家として使用しています。これは深刻な違法行為であり、違反行為です。

武力紛争の場合における文化財の保護に関するハーグ条約

国際刑事裁判所(ICC)のローマ規程によると、そのような行為は行われる可能性があり、戦争犯罪、文化財の攻撃または軍事的搾取は、法的な軍事的必要性なしに、国際レベルで起訴される可能性があります。

最後に、戦争を望まないということは、暴力を受け入れたり、これが繰り返されることを許すことではありません。

タイは常に平和を愛し、忍耐を示してきましたが、立ち上がることは人々の命を守ります。

しかし間違っているわけではありません。カンボジアのBM 21銃が人々の家に向けて銃身を向けている限り、カンボジアのドローンはまだタイの領空を飛んでいます。彼らが止まらなければ、タイに平和を求めることはできません。

タイ人は攻撃的ではありませんが、彼らの笑顔が消える日は、忍耐が最後まで破られる日であり、どんな武器よりも恐ろしいです。

2025/12/21 に編集しました

... もっと見るสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เพียงแต่มีผลกระทบทางการทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนอย่างลึกซึ้ง การวางกับระเบิด PMN2 ในพื้นที่เขตแดนไทยแสดงให้เห็นถึงการใช้ยุทธวิธีทางทหารที่มีเจตนาและวางแผนล่วงหน้า ซึ่งไม่สามารถมองเป็นเพียงอุบัติเหตุทั่วไปได้ เพราะกับระเบิดไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง นอกจากนั้น การยิงจรวด BM21 เข้าสู่พื้นที่พลเรือนทั้งโรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ และโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนยังเผยให้เห็นถึงความโหดร้ายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนบริสุทธิ์อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นระหว่างช่วงเวลาหยุดยิง แต่ความรุนแรงดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้น ทำให้ไทยต้องปฏิบัติการตอบโต้ด้วยเครื่องบิน F-16 เพื่อจำกัดความเสียหายและปกป้องประชาชนของตนอย่างเข้มงวด ความซับซ้อนของความขัดแย้งนี้ยังเกิดจากการใช้สถานที่ทางวัฒนธรรมและโบราณสถานของกัมพูชาเป็นฐานทัพหรือที่ซ่อนอาวุธทางทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 ที่มีเจตนาคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธ นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามตามธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในบริบทนี้ ประเทศไทยยังคงยืนยันในความรักสันติและการอดทนต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องลุกขึ้นปกป้องประชาชนและอธิปไตยของตนให้มั่นคง ภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อบังคับทางการทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการกระทำที่สร้างความไม่สงบและความสูญเสียอย่างไร้เหตุผล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสงบสุขในภูมิภาคและอนาคตที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ความเข้าใจและการตัดสินใจต่อสถานการณ์นี้เป็นไปอย่างรอบคอบ การสังเกตการณ์ของคณะอาเซียน (AOT) และการมีหลักฐานชัดเจนด้านทหาร ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการวางแผนแก้ไขความขัดแย้งและส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป