เที่ยวกาญฯ 2 วัน 1 คืน ให้ฟิลเหมือนไปต่างประเทศ จะเช็คอินที่ไหนกันบ้างไปดูกัน 🚘🌳
📍ร้านหมอชู (ไปเมืองกาญ พลาดไม่ได้กับอาหารป่า ของเค้าทำถึงเครื่องจริงๆ)
📍ซาฟารีปาร์ค (เปิดโลกสวนสัตว์ที่ทำให้ตื่นเต้นที่สุด)
📍Mulberry Mello (พักร้อน ดื่มน้ำเย็นๆที่คาเฟ่)
📍พักที่โรงแรมธารา วิลล่า ริเวอร์แคว รีสอร์ท (โร งแรมเค้าครบจบมาก แทบไม่ต้องเตรียมอะไรไปเลย แต่วันที่เราไปได้เช็คอินช้าไปนิด แต่ รร.เค้าก็ให้เช็คเอาท์เลทได้ตามระยะเวลาที่ได้เช็คอินเลทเลย ถือว่าประทับใจนะ ขนม น้ำ น้ำลำใย น้ำกระเจี๊ยบ สามารถหยิบกินได้ตลอด ห้องกว้าง เป็นส่วนตัวมาก)
📍Casa Della Pizza (แวะไปทานข้าวเย็นที่ร้านพิซซ่าเตาถ่าน เห็นรถไฟผ่านได้นะประมาณช่วง 17:30 ไว้ถ้ามีเวลาจะทำคลิปแยกให้ดู ร้านเค้าอร่อยมาก)
📍สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ไปดูพระอาทิตย์ตกของวันแรกที่นี้ ไปกาญ ไม่ได้แวะสะพานกลัวจะหาว่าไปไม่ถึงกาญ 🥹)
📍Hua Cha Tea House (วันที่ 2 ปักหมุดมาคาเฟ่นี้เลย เป็นคาเฟ่ที่ตั้งเป้าว่าต้องมาให้ได้ และไม่ผิดหวังเลย อาหาร น้ำ ของที่ร้านถูกปากเราหมด อร่อยทุกอย่าง สั่งน้ำไปหลายแก้วมาก ร้านมีให้ลองเขียนพู่กันจีนด้วยนะ ได้ฝนหมึกเหมือนในซีรี่ย์เลย)
📍วอน-แด-ซอง (ลากยาวคาเฟ่นานไปหน ่อย ก่อนกลับกรุงเทพ ได้แวะที่นี่เพราะเป็นทางผ่าน ตอนเข้าไปตะลึงกับความสวยด้านใน มองด้วยตาเนื้อสวยมาก เหมือนหลุดไปเกาหลีจริงๆ น้ำเมล่อนปั่นโคตรอร่อย)
#พาไปไหน #ของกินกาญจนบุรี #เที่ยวกาญจนบุรี #tiktokกินเที่ยว #tiktokพากิน
เผื่อใครกำลังหาแพลน “เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน” แบบทำตามได้จริง เราขอสรุปเป็นไทม์ไลน์ + ทริคเล็กๆ ที่เราใช้แล้วทริปไหลลื่นมาก (เหมาะกับคนขับรถเที่ยวเอง) Day 1: ออกจากกรุงเทพฯ – กิน – เที่ยว – เช็คอินที่พัก – ดูพระอาทิตย์ตก - เช้า/สาย: แนะนำออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 07:00–08:00 จะได้ถึงกาญฯ ไม่สายมากและมีเวลาคาเฟ่/ที่เที่ยวเพิ่ม - มื้อเที่ยง: ถ้าตั้งใจจะกินอาหารป่า ให้เผื่อท้องไว้หน่อย เมนูอาหารป่าส่วนใหญ่รสจัดและกับข้าวเยอะ ไปหลายคนจะสนุกมากเพราะแชร์กันได้ - บ่าย: แวะคาเฟ่พักร้อน เติมน้ำก่อนเข้าที่พัก ช่วงบ่ายแดดแรง แนะนำพกหมวก/กันแดด เพราะหลายจุดเป็น outdoor ถ่ายรูปสวยแต่ร้อนง่าย - เย็น: เช็คอินที่พักริมน้ำ (โซนแม่น้ำแควจะฟีลดีมาก) ถ้าใครอยากพักแบบ “อยู่แต่โรงแรมก็ไม่เบื่อ” ให้เลือกที่พักที่มีของกิน/เครื่องดื่มบริการ หรือมีพื้นที่ส่วนกลางสวยๆ จะคุ้มกับเวลา 2 วัน 1 คืน - ช่วงพระอาทิตย์ตก: ปักหมุดไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว แนะนำไปก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 30–45 นาที จะได้เดินเล่น หามุมถ่ายรูป และรอแสงสวยๆ แบบไม่รีบ - มื้อเย็น: ถ้าชอบร้านบรรยากาศดีๆ ให้เลือกร้านที่นั่งสบายและเดินทางไม่ไกลจากที่พักมาก จะได้ไม่เสียเวลาขับรถกลับดึก Day 2: คาเฟ่ไฮไลต์ – ถ่ายรูป – ของฝาก – กลับกรุงเทพฯ - เช้า: ตื่นเช้าหน่อยเพื่อเก็บบรรยากาศริมน้ำ และจัดกระเป๋าแบบไม่เร่ง ถ้าที่พักมีอาหารเช้าให้ไปกินก่อนออก จะช่วยประหยัดเวลา - สาย: คาเฟ่สไตล์ทีเฮาส์/คาเฟ่ที่มีกิจกรรม (เช่นลองเขียนพู่กัน ชงชา) เหมาะมากกับทริปสั้น เพราะได้ทั้งรูปและประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ไปนั่งเฉยๆ - เที่ยง: ถ้าอยากไปซาฟารีปาร์ค แนะนำเช็คเวลาเปิด-ปิดล่วงหน้า และเผื่อเวลาเดินชมพอสมควร บางโซนคนเยอะ โดยเฉพาะวันหยุด - บ่าย: ก่อนกลับกรุงเทพฯ แวะคาเฟ่ทางผ่านที่ตกแต่งสวยๆ จะช่วยปิดทริปแบบฟีลต่างประเทศสุดๆ แถมได้พักขา พักรถด้วย ทริคจัดทริป 2 วัน 1 คืน ให้ไม่เหนื่อยเกิน 1) จำกัดจุดเช็คอินวันละ 3–4 จุดพอ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ 2) แยก “จุดกิน” กับ “จุดถ่ายรูป” ให้ชัด จะได้ไม่ต้องรอคิวนานซ้อนกัน 3) ถ้าอยากได้รูปสวย แนะนำชุดโทนเอิร์ธ/ขาว/ครีม เข้ากับคาเฟ่และวิวริมน้ำกาญฯ มาก 4) เช็คช่วงเวลารถติด: ขาออกเช้าวันเสาร์และขากลับเย็นวันอาทิตย์รถแน่นง่าย เผื่อเวลาไว้จะสบายกว่า ใครจะเที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน ตามแนวนี้ ลองเซฟเป็นแพลนได้เลย แล้วปรับลำดับตามที่พัก/โซนที่เลือก รับรองทริปสั้นๆ แต่ได้ครบทั้งกิน เที่ยว คาเฟ่ และรูปสวยๆ แน่นอน













































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม