ทำไมต้องระวังกินรสเปรี้ยวหากมีทวารเทียม
🎥 “ทำไมคนมีทวารเทียม กินของเปรี้ยวแล้วปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน มีไข้”
“หลายคนที่มีทวารเทียม โดยเฉพาะแบบ ileostomy
พอกินของเปรี้ยวอย่างน้ำส้มปรุงรสในเกาเหลา
แล้วเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้
เคยเป็นกันไหมคะ? วันนี้เภสัชนุ้ยจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่าทำไมร่างกายถึงตอบสนองแบบนั้น”
“ของเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชู หรือมะนา ว มีกรดแรงมากค่ะ
ปกติคนทั่วไปจะมีลำไส้ใหญ่ช่วยปรับความเป็นกรดก่อนของเสียออก
แต่คนที่มี ileostomy ไม่มีลำไส้ใหญ่แล้ว
กรดจึงไประคายเยื่อบุลำไส้เล็กโดยตรง
ทำให้ลำไส้บีบตัวแรง ปวดบิด ท้องเสียได้ง่าย
แล้วถ้าออกมาก ก็จะสูญเสียน้ำกับเกลือแร่ในร่างกายเยอะค่ะ”
“เวลาน้ำในทวารออกมากเกินไป ร่างกายจะขาดน้ำ โซเดียมต่ำ
ทำให้รู้สึกอ่อนแรง หน้ามืด คลื่นไส้ หรือมีไข้ได้เลยค่ะ
บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารเป็นพิษ แต่จริง ๆ แล้วเกิดจากกรดในอาหารเปรี้ยวนี่แหละค่ะ”
ถ้าเผลอกินของเปรี้ยวแล้วท้องเสีย อย่าลืมจิบน้ำเกลือแร่ชดเชยด้วยนะคะ”
“ของเปรี้ยวอาจอร่อย แต่สำหรับคนมีทวารเทียม
มันอาจทำให้ลำไส้ทำงานหนักเกินไปค่ะ
ดูแลตัวเองดี ๆ แล้วเจอกันใหม่คลิปหน้านะคะ ❤️”
#อาหารชาวทวารเทียม #ทวารเทียม #เภสัชนุ้ยเล่าเรื่องทวารเทียม #แป้นทวารเทียม #ทวารเทียมท้องเสีย
การมีทวารเทียมโดยเฉพาะแบบ ileostomy นั้น ส่งผลให้ร่างกายขาดลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างของสารอาหารและของเสียจากอาหารที่เรากินเข้าไปเป็นอย่างมาก เมื่อรับประทานอาหารรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว ซึ่งมีความเป็นกรดสูง กรดเหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังเยื่อบุของลำไส้เล็กโดยตรงโดยไม่ถูกปรับความเป็นกรดก่อน ทำให้เยื่อบุนั้นระคายเคืองและทำงานหนักขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่มีทวารเทียมเกิดอาการปวดท้องบิด ท้องเสีย อาเจียน หรือแม้กระทั่งมีไข้ได้ง่าย อาการท้องเสียที่เกิดขึ้นจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะขาดน้ำและโซเดียมต่ำ ทำให้รู้สึกปวดหัว หน้ามืด และอ่อนเพลียอย่างรุนแรง บางครั้งผู้ป่วยและคนรอบข้างอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารเป็นพิษ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลกระทบของกรดจากอาหารรสเปรี้ยวที่ทำให้ลำไส้ส่งสัญญาณผิดปกติ ผู้ที่มีทวารเทียมจึงควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการบริโภคอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด และหากมีอาการท้องเสียควรดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย รวมทั้งควรพบแพทย์หรือนักโภชนาการที่มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพของผู้มีทวารเทียมเพื่อรับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสม นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพช่องท้อง การดูแลแป้นทวารเทียมให้สะอาด และการสังเกตอาการของร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ที่มีทวารเทียมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย