เป็นเภสัช กินเฮลตี้ตลอดเลยหรอ?

2025/8/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาได้ยินคำว่า “หมอเภสัช” หลายคนจะนึกว่าเป็นหมอที่รักษาคนไข้เหมือนแพทย์ แต่จริงๆ แล้ว “หมอเภสัช” เป็นคำที่คนไทยชอบเรียกติดปากเพื่อให้เกียรติ “เภสัชกร” (Pharmacist) ซึ่งเป็นวิชาชีพด้านยาโดยตรง หน้าที่หลักคือดูแลเรื่อง “ยา” ให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะกับแต่ละคน หมอเภสัช (เภสัชกร) ทำอะไรบ้าง? 1) จ่ายยาและให้คำแนะนำ: อธิบายวิธีกินยา กินก่อน/หลังอาหาร ลืมยาแล้วทำยังไง ยาที่ต้องระวังง่วงหรือห้ามขับรถ ฯลฯ 2) เช็กความปลอดภัย: ดูประวัติแพ้ยา เช็กปฏิกิริยาระหว่างยา (ยาเดิมที่กินอยู่กับยาที่จะได้เพิ่ม) รวมถึงสมุนไพร/อาหารเสริมที่หลายคนลืมบอก 3) ช่วยเลือกยาที่เหมาะ: บางอาการมียาได้หลายแบบ เภสัชกรจะช่วยเลือกให้เหมาะกับอายุ โรคประจำตัว การตั้งครรภ์/ให้นม และไลฟ์สไตล์ 4) งานในโรงพยาบาล: ทำงานร่วมกับทีมแพทย์/พยาบาล เช่น ปรับขนาดยาในคนไตเสื่อม คุมยาปฏิชีวนะ ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากยา แล้วทำไมเภสัชกรต้อง “เฮลตี้” ตลอดไหม? บอกเลยว่าไม่จำเป็นค่ะ คนทำงานยาเป็นคนธรรมดา มีวันที่อยากกินของทอด ของหวานเหมือนกัน แค่เรามักจะ “รู้ตัว” เรื่องน้ำตาล ไขมัน โซเดียม หรือพลังงานมากขึ้น เลยพยายามบาลานซ์ให้เข้ากับสุขภาพและงานที่ใช้แรง/ใช้สมองเยอะ เหตุผลที่หลายคนเห็นเราเลือกกินเฮลตี้บ่อยๆ บางทีมันไม่ใช่เพราะเคร่งนะ แต่เพราะ “ชอบ” เช่น น้ำปั่นเฮลตี้—ของเราอร่อยก็คืออร่อย จบค่ะ เลยกลายเป็นตัวเลือกประจำ ยิ่งวันที่รีบๆ น้ำปั่นผลไม้+โปรตีน/โยเกิร์ต ทำให้อิ่มง่าย กินสะดวก และควบคุมปริมาณได้ ทริคเฮลตี้แบบไม่เครียด (ทำตามได้จริง) - ถ้าซื้อเครื่องดื่ม: เลือกหวานน้อย/ไม่หวาน แล้วเติมความหวานจากผลไม้แทน - เพิ่มโปรตีนเล็กน้อย: โยเกิร์ต/นม/โปรตีน เพื่อให้อิ่มนานขึ้น - คุม “ท็อปปิ้ง”: น้ำผึ้ง นมข้น ครีม ช่วยให้อร่อยขึ้นก็จริง แต่พลังงานพุ่งง่าย - ยึดหลัก 80/20: 80% เลือกที่ดีต่อสุขภาพ อีก 20% ให้รางวัลตัวเอง จะอยู่ได้ยาวกว่า สรุปคือ “หมอเภสัช” = เภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยา และเรื่องกินเฮลตี้ไม่ใช่กฎของอาชีพ แต่เป็นทางเลือกที่หลายคนทำเพราะอยากดูแลตัวเองหรือแค่…มันอร่อยจริงๆ ค่ะ