กันแดดที่ SPF สูง

ถ้าทา “ไม่ถึงปริมาณ”

ก็ป้องกันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ☀️

จริง ๆ แล้ว

ปริมาณกันแดดที่ใช้ทดสอบใน Lab คือ 2 mg/cm²

ซึ่งประมาณได้เป็น “2 ข้อนิ้ว” สำหรับหน้าและคอ

แต่หลายคนทาไม่ถึง

เพราะกลัวหน้าลอย เหนอะ หรือเป็นคราบ

✨ วิธีที่ช่วยได้มากคือ

แบ่งทาทีละ 1 ข้อนิ้ว

→ รอเซตตัวประมาณ 1 นาที

→ แล้วค่อยลงอีก 1 ข้อนิ้ว

จะช่วยให้กันแดดกลืนผิวได้ดีกว่า

โดยเฉพาะกันแดดที่มีฟิล์ม SPF สูง ๆ

☁️ จำไว้นะ

“SPF บนขวด” = ค่าที่ได้เมื่อใช้ในปริมาณที่เพียงพอ

ทาน้อยเกินไป

SPF 50 อาจเหลือป้องกันจริงไม่ถึงครึ่งเลยก็ได้ 🥲

#Pharmetics

#SkincareGradeBodyCare

#PharmeticsClub

#BodyCareRoutine

#ScienceMeetsSensory

5/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของหลายคนที่เคยใช้กันแดด SPF สูง มักจะมีปัญหาหน้าลอยหรือเหนียวเหนอะหนะหลังทา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนลดปริมาณการทา และทำให้กันแดดนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การที่ใบหน้าไม่ได้รับปริมาณกันแดดที่เหมาะสมตามมาตรฐาน 2 mg/cm² หรือที่เทียบเท่ากับ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้าและคอ จึงส่งผลให้ค่า SPF ที่ระบุบนขวดลดลงอย่างมาก วิธีการทากันแดดที่แนะนำคือ การแบ่งทาทีละ 1 ข้อนิ้ว ก่อนทาให้รอให้เนื้อครีมเซตตัวประมาณ 1 นาที จากนั้นค่อยทาซ้ำอีก 1 ข้อนิ้ว วิธีนี้ทำให้กันแดดกลืนไปกับผิวได้ดี ลดโอกาสเป็นคราบหรือหน้าวอก อีกทั้งช่วยรักษาประสิทธิภาพของ SPF ให้ได้ตามที่โฆษณาไว้ วิธีนี้เหมาะมากสำหรับกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพราะเนื้อกันแดดมักจะมีฟิล์มที่หนา ต้องการเวลารอเซตตัวเพื่อไม่ให้รู้สึกเหนียวหรือหนักผิว นอกจากนี้การเลือกสูตรกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวก็สำคัญ เช่น สูตรที่มีเนื้อบางเบา ไม่มันเยิ้ม หรือสูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย ซึ่งช่วยให้รู้สึกสบายผิวและกระตุ้นให้ทากันแดดในปริมาณที่เพียงพอได้ง่ายขึ้นด้วย การทากันแดดอย่างถูกต้องพร้อมทั้งดูแลผิวด้วยการล้างหน้าและเติมกันแดดระหว่างวัน จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เป็นสาเหตุหลักของความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย สำหรับใครที่ยังรู้สึกว่าทาแล้วหน้าวอกหรือเหนอะ ให้ลองปรับเทคนิคนี้ดู แล้วจะเห็นว่าการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยกันแดด SPF สูงที่ทาในปริมาณที่ถูกต้องนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด