Automatically translated.View original post

Thai brand Classic menswear to recommend

4/5 Edited to

... Read moreใครกำลังหาว่าที่ “เดิน freemarket.bkk แล้วควรดูอะไรบ้าง” หรืออยากได้ไอเท็มผู้ชายที่ใส่ได้บ่อยๆ แนว classic menswear เราว่าโซนเสื้อผ้าแบรนด์ไทยนี่น่าเดินมาก เพราะได้ลองเนื้อผ้าจริง คุยกับร้านตรงๆ และบางทีมีสี/ไซซ์ที่ออนไลน์หมดแล้วด้วย ทริคของเราคือให้ตั้งเป้าไปที่ไอเท็ม “คุ้มค่าในตู้” ก่อน เช่น knitwear อย่าง Knitted Polo หรือ Knitted Tee เพราะมันช่วยยกระดับลุคได้ไว ใส่แล้วดูเรียบร้อยแบบ effortless เหมาะทั้งวันทำงานและวันเที่ยว โดยตอนเลือกลองจับเนื้อผ้าดูก่อนว่า knit แน่นไหม (ถ้าแน่นจะทิ้งตัวสวยและอยู่ทรง) แล้วดูตะเข็บคอ/ไหล่—จุดนี้จะบอกความเนี้ยบของงานได้ดี เรื่องไซซ์เราแนะนำให้ลอง 2 ไซซ์ติดกัน ถ้าจะเอาสไตล์ classic แบบสุภาพๆ ให้เลือกทรงที่ไหล่พอดีตัว แขนไม่รัด ตัวยาวประมาณปิดเข็มขัดนิดๆ จะใส่กับกางเกงเอวสูงหรือเอวปกติได้หมด แต่ถ้าอยากให้ดูร่วมสมัยขึ้น ลองขยับให้หลวมขึ้นอีกนิด (ไม่ถึงกับโอเวอร์) เวลาใส่กับกางเกงทรงกว้างจะบาลานซ์ดี การแมตช์ลุคที่เราใช้บ่อยกับ Knitted Polo คือกางเกงสแล็คสีเทาชาร์โคล/ครีม + เข็มขัดหนัง + รองเท้าโลฟเฟอร์ หรือถ้าวันสบายๆ ก็เปลี่ยนเป็นสนีกเกอร์หนังขาว ส่วน Knitted Tee เราชอบใส่เดี่ยวๆ กับกางเกงยีนส์ทรงตรงสีเข้ม แล้วคลุมด้วยเบลเซอร์หรือแจ็กเก็ตผ้าทวีดบางๆ ก็ได้ฟีล menswear ชัดมาก อีกอย่างที่ได้จากการไปเดิน freemarket.bkk คือได้ดู “สีจริง” ของเสื้อ knit ซึ่งสำคัญมาก สีพื้นอย่างกรมท่า น้ำตาลเข้ม เบจ หรือเขียวหม่น จะเข้าแนว classic และแมตช์ง่ายสุด ถ้าเพิ่งเริ่มแต่งสไตล์นี้ แนะนำเริ่มจากสีพื้นก่อน 1–2 ตัว แล้วค่อยเพิ่มสีที่เด่นขึ้น สุดท้ายก่อนจ่ายเงิน เราจะเช็กการดูแลรักษาด้วยว่าเป็น knit แบบไหน ต้องซักมือไหม/อบได้ไหม เพราะ knitwear ถ้าดูแลถูกจะอยู่ได้นานมาก ใส่คุ้มหลายซีซั่นเลย ใครมีแพลนไปเดิน ลองแวะดูแบรนด์ไทยสาย menswear แบบ REEVE แล้วลอง Unbox/ลองใส่หน้ากระจกดู รับรองได้ไอเดียแต่งตัวกลับมาเพียบ