เช้านี้ตื่นมาด้วยความเซ็ง ฝุ่นจะแตะระดับ 180 จนเจ็บคอ, นั่งรถไฟอยู่ดีๆก็โดนเครนหล่นใส่ได้, แล้วยังมามีข่าวเทาคนที่ 2 ของพรรคประชาชนอีก
รอบนี้หนักกว่าคนแรกตรงที่เปลี่ยนไม่ทันแล้ว
เพราะเหตุการณ์เทาคนแรกเกิดก่อนปิดรับสมัคร สส. แต่เทาคนที่ 2 เกิดหลังจากปิดรับสมัคร สส. ไปแล้ว
ก็คือถอนคนเก่าได้ แต่เอาคนใหม่ใส่เข้าไปแทนไม่ได้
หรือก็คือพรรคประชาชนจะเสียเขต 2 ตาก ไปแบบไม่มีโอกาสได้แข่ง
และที่เสียหายหนัก คือ ผู้สมัครคนนี้เป็น สส.เดิมด้วย และชนะเยอะพอสมควร พรรคก็เลยเหมือนเสียเขตนี้ไป 1 คะแนนเลย
ไม่เพียงแค่นั้น พรรคก็จะได้รับผลกระทบในเขตอื่น เพราะเครดิตของพรรคก็จะดูด้อยลงเมื่อมีเหตุการณ์นี้
หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะกู้ชื่อเสียงได้หรือไม่ เพราะตอนเทาคนที่ 1 พรรคก็กู้ชื่อเสียงได้ดี
เวลานี้เมื่อเสียเขต 2 ตากไปแน่ๆแล้ว พรรคก็ควรจำกัดความเสียหายให้อยู่แค่นั้น ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้
แน่นอนว่าถ้ามีผู้สมัครเทาโผล่มาอีก รอบนี้ก็จะทำอะไรไม่ทันแล้ว แต่ผมขอมีข้อเสนอต่อไปนี้สำหรับเหตุการณ์ในอนาคตครับ
1. หลังจบการเลือกตั้ง ผู้บริหารพรรคที่ดูแลหลังบ้านควรแสดงความรับผิดชอบบางอย่าง เพราะไม่เพียงแต่เหตุการณ์ สส.เทา แต่ยังมีเหตุการณ์การคัดเลือกผู้สมัครที่ยังเป็นที่ครหาพอสมควร และการจัดการหลายๆอย่างกับผู้สมัครก็ดูทำได้ดีกว่านี้ ที่บอกให้รอหลังเลือกตั้งเพราะถ้าเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ทุกอย่างจะวุ่นวายและกู้คืนไม่ทันวันสำคัญ เอาศึกนี้ให้จบก่อน แต่ก็ต้องไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ
2. ข้อเสนอของผมเมื่อตอนเทาครั้งที่ 1 และคุณสฤณี เป็นข้อเสนอเดียวกัน คือถ้าพรรคตรวจในระบบเต็มที่แล้วกรองผู้สมัครเหล่านี้ไม่ได้ พรรคก็ควรให้ผู้สมัครรับรองตัวเองเป็นสัญญาไว้ โดยคุณสฤณีเสนอว่าให้สัญญาว่าถ้ามีเรื่องเทาเกิดขึ้น ผู้สมัครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่พรรคให้ไปทั้งหมด แต่ผมอยากให้รับผิดชอบมากกว่านั้นเพื่อเป็นค่าเสียหายเชิงลงโทษ จะได้เกรงกลัวต่อการกระทำมากขึ้น
ผมไม่ปกป้องผู้สมัครและพรรคจากการโจมตีของสังคมในกรณีนี้ เพราะนี่คือมาตรฐานที่ควรจะเป็นของสังคมประชาธิปไตย สังคมมีสิทธิ์เต็มที่ในการโจมตีเรื่องอะไรแบบนี้
แต่ผมขอเรียกร้องให้สื่อและสังคมใช้มาตรฐานเดียวกันนี้กับผู้สมัคร สส. และนักการเมืองทุกพรรค เพราะผู้สมัครบางพรรคคดีไปไกลกว่านี้มาก แต่ก็ยังลอยหน้าลอยตาชิวๆได้อยู่โดยไม่โดนแรงกดดันที่มากพอจากสังคม
เราต้องทำให้คนแบบนี้หมดไปจากการเมืองไทย ไม่ว่าพรรคไหนก็ตามครับ
Cr. กัปตันคอร์เนิร์ท
เหตุการณ์ผู้สมัครเทาของพรรคประชาชนในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการแรงกดดันและความรับผิดชอบภายในพรรคอย่างเข้มงวดมากขึ้น ผมเองเคยติดตามและมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งผ่านการทำงานสนับสนุนผู้สมัคร การเกิดเหตุผู้สมัครเทาหลังจากที่ปิดรับสมัครแล้วถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ทำให้พรรคเสียโอกาสอย่างมาก เพราะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้สมัครได้ทันเวลา สิ่งนี้นำไปสู่การสูญเสียคะแนนเสียงและความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดไม่ได้จำกัดแค่ในเขตเลือกตั้งที่เกิดปัญหาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และเครดิตของพรรคโดยรวม ซึ่งยิ่งอยู่ใกล้วันเลือกตั้งก็จะยิ่งทำให้การกู้ชื่อเสียงเป็นไปได้ยากขึ้น หากไม่ได้มีแผนรองรับและมาตรการจัดการภายในพรรคที่แข็งแรง ในฐานะผู้ที่ติดตามการเมืองและประสบการณ์จริง ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้ผู้บริหารพรรคแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการตั้งระบบตรวจสอบผู้สมัครอย่างเข้มงวด และการให้ผู้สมัครรับประกันหรือเซ็นสัญญารับผิดชอบทางการเงินหากเกิดปัญหาการเทา นอกจากจะช่วยลดความเสียหายแล้ว ยังเป็นการสร้างความเกรงใจและความรับผิดชอบที่ยิ่งขึ้นต่อระบบการเมือง อีกประเด็นที่ต้องไม่ลืมคือ การตั้งมาตรฐานเดียวกันกับผู้สมัครทุกพรรค เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกตั้งมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่ใช่ยกเว้นให้กับผู้สมัครที่มีปัญหาคดีความหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมบางราย จากประสบการณ์ส่วนตัว ความสำเร็จของพรรคในช่วงหลังมาจากการบริหารจัดการที่ดีและการสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมา หากพรรคประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกพรรคและประชาชนในการกู้คืนเครดิต ผมเชื่อว่าพรรคจะกลับมาแข็งแกร่งและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้งในอนาคต ท้ายที่สุด การเรียนรู้จากปัญหาเทาครั้งที่ 2 นี้ควรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภายในที่จริงจัง ทั้งในเรื่องการคัดเลือกผู้สมัครและการบริหารจัดการหลังบ้าน เพื่อความโปร่งใสและเสริมสร้างคุณภาพการเมืองไทยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว
