ขอใช้เพลงนี้ เป็นตัวแทนความรักความอบอุ่น ในครอบครัว

อาหารการกิน วิถีชีวิต ของชาวอีสาน เพลงก็แลดูเหมือนกับเศร้า แต่มันแฝงไปด้วย

ตัวแทนการต่อสู้ ทั้งความคิด

และทุกคนพยายามดิ้นรน

ไขว่ขว้า แสวงหา ที่จะให้ครอบครัวอยู่รอด จากความยากจน กันไม่มีมันทำให้ลูกหลานจากบ้านเกิดเมืองนอน

มาทำมาหากินในกรุงเทพฯ

ซึ่งว่าใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่อยากให้ความรู้สึก โหยหาอะไรคิดถึงกัน ต้องรอปีใหม่สงกรานต์ บรรยากาศแบบนี้ ก็ไม่ควรมีอยู่

---สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า พวกเขาคือความหวังใช่ไหม พวกเราเลือกเขาสิ เพื่อไปเป็นปากเป็นเสียง ไปทำความหวังให้พวกเราเป็นจริง เกิดที่ไหนก็ควรที่จะได้ทำมาหากินในจังหวัดของตัวเองแบบเท่าเทียมกันและมีโอกาสที่จะสร้างครอบครัวไม่ต้องจากคนเรารักพ่อแม่ลูกเมีย ทำมาหากินที่อื่น

การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งนโยบายของพรรคประชาชน ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใกล้ฝั่งฝันมากที่สุด

🥹ดิฉันขอส่งกำลังใจให้กับชาวอีสานมากที่สุด

หวังว่าเพลงนี้ คลิปนี้ จะทำให้ทุกคน ได้ส.สที่มีคุณภาพ

อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

เชื่อถือได้ ส่งลูกชาวบ้าน

ธรรมดาเข้าสภา และเรียกหาเรียกใช้ ขอบคุณพี่น้องชาวขอนแก่นมากๆ ที่ต้อนรับพรรคการเมืองที่ท่านชอบ

และอดีตการทำทุกคน

ที่มีความหลังฝังใจกับชาวขอนแก่นมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่ตั้งอนาคตใหม่ ยาวมาถึงก้าวไกล และเป็นประชาชนณปัจจุบัน สู้ไปด้วยกันนะคะ🙏🏼🫰🏼🔥🤩🥹

#พิธาลิ้มเจริญรัตน์ #ปิยบุตรแสงกนกกุล #เจี๊ยบอมรัตน์

#วิโรจน์ลักขณาอดิศร

#ไหมศิริกัญญาตันสกุล

2/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเพลงและภาพชีวิตของชาวอีสานที่คนในบทความพูดถึงสะท้อนออกมาด้วยความรู้สึกอ่อนไหวที่ผสมผสานกับความตั้งใจสู้ชีวิตอย่างหนักเพื่อครอบครัวและบ้านเกิด หลายคนจากชุมชนอีสานเลือกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า แต่บ่อยครั้งการไปไกลบ้านทำให้เกิดความรู้สึกโหยหาและคิดถึงครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์และจิตใจของคนในครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นสำคัญคือการสนับสนุนให้คนอีสานได้มีโอกาสสร้างชีวิตและครอบครัวในบ้านเกิดของตนเอง ผ่านนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่พรรคประชาชนเสนอ โดยหวังว่าส.ส. ที่เข้ามาจะเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน และเข้าใจปัญหาของชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง พร้อมผลักดันสิ่งที่ชาวบ้านต้องการอย่างแท้จริง การมีผู้นำแบบนี้จะช่วยเปิดทางให้คนในภาคอีสานสามารถพัฒนาชุมชนและรักษาคุณค่าความสัมพันธ์ในครอบครัวได้โดยไม่ต้องจากบ้านไปหางานไกล จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนและผู้คนรอบตัว ความรู้สึกที่ว่า "อยากให้ลูกหลานได้ทำมาหากินใกล้บ้าน เกิดที่ไหนก็ควรมีโอกาสเท่าเทียมกัน" เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในชีวิตประจำวันที่เผชิญกับปัญหาความยากจนและความไม่มั่นคง การเลือกผู้นำที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างประชาชนเป็นกุญแจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ความรัก ความหวัง และพลังสู้ของชาวอีสานในบทความนี้ไม่เพียงเป็นเสียงสะท้อนของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นผ่านการเมืองท้องถิ่นและการสนับสนุนนโยบายที่ตอบโจทย์ในชีวิตจริงอย่างแท้จริง