POLITICS: ‘พิธา’ โผล่ร่วมวงสัมมนาพรรคประชาชน เรียกความมั่นใจ “เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย” เตือนโลกปั่นป่วน สส.พรรคต้องคิดนำรัฐบาลหนึ่งก้าว ด้าน ‘วีระยุทธ’ ชู ภารกิจสร้าง Alternative Thailand สู้ศึกการเมืองทศวรรษ 2570

เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 69 ที่โรงแรมเมเปิล เขตบางนา พรรคประชาชนจัดงานสัมมนา สส. และเครือข่ายสมาชิกพรรคประชาชน โดยภายในงานมีการหารือเกี่ยวกับปัญหา กระบวนการทำงาน รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรคในอนาคต

ในช่วงหนึ่งของงานสัมมนา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ได้ตอบรับเป็นแขกรับเชิญในการกล่าวปาฐกถาพิเศษต่อที่ประชุมสัมมนา สส.พรรคประชาชน และสะท้อนประสบการณ์จากการพบปะนักการเมืองและคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศระหว่างการทำงานสอนในมหาวิทยาลัย โดยนายพิธา ระบุว่า พรรคประชาชนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกมองเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองยุคใหม่ คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี และโคลอมเบีย ต่างแสดงความต้องการเห็นพรรคการเมืองแบบพรรคประชาชนในประเทศของตนเอง

นายพิธา ยอมรับว่า สมาชิกพรรคอาจรู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้จากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ขอให้มองความสำเร็จที่พรรคสร้างขึ้น ทั้งการได้ สส. เพิ่มในหลายพื้นที่ การขยายฐานการทำงานในกรุงเทพฯ และการมีประธานสภา กทม. ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย และย้ำว่า ทุกคนเหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย ขอให้มีความมั่นใจว่าเมื่อจังหวะทางการเมืองมาถึง พรรคจะต้องมีความพร้อมเพียงพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเป็นชัยชนะ พรรคต้องสร้างกระบวยให้ใหญ่พอ เพื่อให้สามารถตักน้ำได้มากที่สุดเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์เอื้ออำนวย

นายพิธา กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สส. และสมาชิกพรรคประชาชนควรติดตามประเด็นสำคัญจากเวทีต่างประเทศ ที่โลกกำลังเผชิญ Pincer Crisis หรือวิกฤตแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิต และการเสื่อมถอยของการเมืองภายในประเทศที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลกขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของพรรคฝ่ายค้านในการนำเสนอ Alternative Thailand หรือประเทศไทยในฐานะทางเลือกใหม่

ทั้งนี้ หากประเมินช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกต่อเนื่อง ทั้งการประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน การประชุมสหประชาชาติ การพบกันของ สี จิ้นผิง กับ โดนัลด์ ทรัมป์ การเลือกตั้งในอิสราเอลและบราซิล การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา และการประชุม G20 ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ต้นทุนค่าครองชีพ รวมถึงการดำเนินนโยบายของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงเอลนีโญ น้ำท่วม ไฟป่า และคลื่นความร้อน ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนโดยตรง ซึ่ง สส.พรรคประชาชนต้องเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายล่วงหน้า เพื่อให้พรรคสามารถนำเสนอทางออกได้ก่อนรัฐบาล

นายพิธา ยังกล่าวในช่วงท้ายของการปาฐกถา โดยระบุว่า ความสามัคคีภายในพรรคคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ขอให้สมาชิกเชื่อใจกัน ทำงานเป็นทีม และยึดหลัก ‘Your problem is my problem’ หรือ ‘ปัญหาของคุณคือปัญหาของฉัน’ เพื่อร่วมกันผลักดันให้พรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ และเป็นทางเลือกของประเทศในอนาคต

“เป้าหมายที่เราหวังไว้ ว่าเราจะเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ ที่โชว์ให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีทางเลือกมากกว่าสีน้ำเงินอย่างเดียว แล้วประชาชนจะให้เรากลับมาอย่างทวีคูณ ทำให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะ เราก็มีโอกาสที่จะชนะ เข้าสู่อำนาจ เราก็จะได้มาเปลี่ยนประเทศไทยที่เราทุกคนรักไปด้วยกัน“ นายพิธากล่าว

หลังจากนั้น นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ขึ้นกล่าวเปิดวงสัมมนาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ โดยเนื้อหาหลักเป็นการทบทวนพัฒนาการของการเมืองไทยในแต่ละช่วงเวลา เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจที่พรรคกำลังเผชิญ และตั้งคำถามถึงบทบาทของพรรคประชาชนในทศวรรษต่อไป

นายวีระยุทธ ระบุว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในแต่ละทศวรรษสะท้อนการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอำนาจที่แตกต่างกัน โดยในช่วงทศวรรษ 2530 อำนาจทางการเมืองเริ่มเคลื่อนจากกองทัพเข้าสู่ระบบรัฐสภาและเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น แม้กระบวนการดังกล่าวจะมาพร้อมกับความรุนแรงและการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น ต่อมาในทศวรรษ 2540 การขึ้นมาของพรรคไทยรักไทยและรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ทำให้การเมืองระดับชาติสามารถเชื่อมโยงกับประชาชนระดับฐานรากผ่านนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์และหัวคะแนนแบบเดิม

ความสำเร็จทางการเลือกตั้งและนโยบายที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับเครือข่ายอำนาจดั้งเดิมโดย ฯลฯ #พิธาลิ้มเจริญรัตน์ #หัวหน้าพรรคก้าวไกล #ทิมพิธา

8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการสัมมนาพรรคประชาชนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของผู้นำและสมาชิกพรรคในการร่วมกันเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและสังคมที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน จากประสบการณ์ของพิธา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ทำให้พรรคประชาชนถูกมองว่าเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองยุคใหม่ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง สิ่งที่โดดเด่นคือการที่พรรคประชาชนตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นทางเลือกที่สำคัญในเวทีการเมืองไทย ด้วยการสร้างทีมงานที่มีความสามัคคี เชื่อถือกัน และร่วมมือผ่านแนวคิด "Your problem is my problem" หรือ "ปัญหาของคุณคือปัญหาของฉัน" ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้พรรคสามารถตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริงและเป็นระบบ นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับการวางแผนและการเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตโลก เช่น ต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้พรรคประชาชนมีโอกาสในการเสนอทางเลือกที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือก่อนรัฐบาล ที่สำคัญคือการขยายฐานในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานคร และการมีประธานสภาผู้หญิงคนแรกของ กทม. เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตของพรรคอย่างต่อเนื่อง จากการบรรยายของพิธา รวมถึงยุทธศาสตร์ที่นำเสนอโดยรองหัวหน้าพรรควีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ซึ่งทบทวนประวัติศาสตร์การเมืองไทย การเปลี่ยนผ่านอำนาจและบทบาทของพรรคประชาชนที่ต้องเตรียมพร้อมในทศวรรษ 2570 การร่วมกันวางยุทธศาสตร์และสร้างความเข้าใจในโครงสร้างอำนาจจะช่วยส่งเสริมพรรคในการต่อยอดฐานเสียงและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ตรงกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น ประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ทำให้เห็นว่าการเมืองไทยมีความซับซ้อนและท้าทายอย่างมาก แต่ความมุ่งมั่น และความสามัคคีภายในพรรคสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้ พรรคประชาชนจึงนับเป็นหนึ่งในหนทางใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่สนใจการเมืองไทยและอยากเห็นประเทศไทยที่เป็นทางเลือกมากกว่าที่เคยเป็นมา