วางแผนวัคซีนปีแรกของฟีบัส เรื่องที่เราเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด 💉✨

วางแผนวัคซีนปีแรกของฟีบัส เรื่องที่เราใช้เวลาเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนคลอด 🤍

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราเห็นข่าวว่ารัฐบาลกำลังจะเพิ่ม วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี (Pneumococcal Conjugate Vaccine หรือ PCV) เข้าในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ ทำให้เด็กไทยที่เข้าเกณฑ์จะได้รับวัคซีนฟรี

พอเห็นข่าวนี้ เราก็ยิ้มเลยค่ะ

ไม่ใช่เพราะฟีบัสจะได้ฉีดฟรี เพราะฟีบัสเริ่มรับวัคซีนตัวนี้ไปก่อนแล้ว

แต่ดีใจแทนคุณพ่อคุณแม่อีกหลายครอบครัว เพราะการที่เด็กสามารถเข้าถึงวัคซีนสำคัญได้มากขึ้น ถือเป็นข่าวดีสำหรับเด็กไทยจริง ๆ

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ IPD แต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร

IPD หรือ Invasive Pneumococcal Disease คือการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสในตำแหน่งสำคัญของร่างกาย เช่น กระแสเลือด เยื่อหุ้มสมอง หรือปอด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และปอดอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศนำวัคซีน PCV บรรจุไว้ในวัคซีนพื้นฐานของเด็กมานาน และเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกดีใจเมื่อประเทศไทยกำลังเดินมาถึงจุดนี้เช่นกัน

ข่าวนี้ทำให้เรานึกย้อนกลับไปช่วงที่กำลังเตรียมตัวต้อนรับฟีบัส

ก่อนคลอด เราวางแผนไว้หลายเรื่องมาก

ทั้งค่าคลอด ห้องพักหลังคลอด รถเข็น คาร์ซีท เครื่องปั๊มนม ขวดนม เสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ของลูก รวมถึงเรื่องวัคซีนด้วย

สำหรับครอบครัวเรา เรื่องวัคซีนเป็นหนึ่งในสิ่งที่ตั้งใจศึกษาตั้งแต่ก่อนฟีบัสเกิด เพราะรู้ว่าช่วงปีแรกเป็นช่วงที่เด็กจะได้รับวัคซีนหลายชนิด และโรงพยาบาลที่เราฝากครรภ์ก็มีแพ็กเกจวัคซีนให้เลือกหลายแบบ

แต่ละแพ็กเกจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน

วัคซีนที่รวมอยู่ในแพ็กเกจต่างกัน

จำนวนเข็มต่างกัน

และราคาก็ต่างกัน

เราเลยใช้เวลาศึกษาพอสมควร เปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละแพ็กเกจ อ่านข้อมูลของวัคซีนแต่ละชนิด และจดคำถามไว้ถามคุณหมอทุกครั้งที่มีข้อสงสัย

เพราะสำหรับเรา การเลือกวัคซีนไม่ใช่การเลือกจากความรู้สึก หรือเลือกเพราะใครแนะนำ

แต่อยากเข้าใจว่าวัคซีนแต่ละตัวช่วยป้องกันโรคอะไร เหมาะกับช่วงอายุไหน และอะไรคือสิ่งที่เหมาะกับลูกของเรามากที่สุด

สุดท้ายครอบครัวเราเลือกซื้อ แพ็กเกจวัคซีนราคา 28,500 บาท (ราคา ณ ปี 2569 รวมค่าบริการโรงพยาบาล แต่ยังไม่รวมค่าแพทย์) ตั้งแต่ก่อนคลอด

เหตุผลที่เลือกแพ็กเกจ ไม่ใช่เพราะคิดว่าเป็นแพ็กเกจที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

แต่เป็นแพ็กเกจที่เหมาะกับการวางแผนของครอบครัวเรา

เรารู้ตั้งแต่แรกว่าปีแรกของฟีบัสต้องได้รับวัคซีนอะไรบ้าง ช่วงอายุไหนมีนัด และสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า

เลยอยากแชร์ข้อมูลส่วนนี้ไว้ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเริ่มศึกษาหรือกำลังเปรียบเทียบแพ็กเกจวัคซีนของลูกเหมือนกัน

ถึงแม้สุดท้ายแต่ละครอบครัวจะเลือกไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร เพราะแต่ละโรงพยาบาลมีแพ็กเกจและรายละเอียดแตกต่างกันอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกในสิ่งที่เหมาะกับลูก และเหมาะกับครอบครัวของตัวเอง

⸻

ตารางวัคซีนที่เราวางแผนให้ฟีบัสในช่วงปีแรก

อายุ 2 เดือน

เป็นนัดสำคัญนัดแรกของฟีบัส และเป็นวัคซีนที่ได้รับจริงแล้ว

วันนั้นฟีบัสได้รับ

* DTaP-IPV-HepB-Hib เข็มที่ 1

* Rotavirus ครั้งที่ 1

* PCV20 เข็มที่ 1

ก่อนถึงวันนัด เราจะเตรียมกระเป๋าตั้งแต่คืนก่อน เช็กสมุดวัคซีน เตรียมนม ผ้าอ้อม เสื้อผ้าที่ถอดเปลี่ยนง่าย และเปิดโน้ตในโทรศัพท์เพื่อดูว่ามีคำถามอะไรอยากถามคุณหมอบ้าง

สำหรับเรา ทุกครั้งที่พาฟีบัสไปโรงพยาบาล ไม่ได้ตั้งใจไปแค่ฉีดวัคซีน แต่เป็นโอกาสที่ได้พูดคุยกับคุณหมอ ได้ตรวจสุขภาพ ประเมินพัฒนาการ และอัปเดตทุกอย่างเกี่ยวกับลูกไปพร้อมกัน

โชคดีที่ก่อนฉีด คุณหมอจะอธิบายทุกครั้งว่าวันนี้ได้รับวัคซีนอะไร แต่ละตัวช่วยป้องกันโรคอะไร และหลังฉีดควรสังเกตอาการอะไรเป็นพิเศษ ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นทุกครั้ง

หลังฉีดวัคซีนนัดแรก เราก็คอยสังเกตอาการตามคำแนะนำของคุณหมอ ทั้งเรื่องการกินนม อาการซึม ไข้ และอาการบริเวณที่ฉีด โชคดีที่ฟีบัสตอบสนองกับวัคซีนได้ดี ทำให้พ่อแม่มือใหม่อย่างเราคลายความกังวลลงไปมาก

ตอนนี้ฟีบัสเพิ่งอายุ 3 เดือน ดังนั้นวัคซีนในช่วงอายุต่อจากนี้ยังเป็น แผนการดูแลตามตารางที่คุณหมอวางไว้ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามการประเมินในแต่ละนัด

อายุ 4 เดือน (ตามแผน)

หากเป็นไปตามแผน นัดถัดไปของฟีบัสจะเป็นช่วงอายุ 4 เดือน โดยคุณหมอวางแผนให้ได้รับ

* DTaP-IPV-Hib เข็มที่ 2

* Rotavirus ครั้งที่ 2

* PCV20 เข็มที่ 2

การที่เราเห็นตารางวัคซีนล่วงหน้าทำให้มีเวลาเตรียมตัว ศึกษาข้อมูล และจดคำถามไว้พูดคุยกับคุณหมอเหมือนทุกครั้งก่อนถึงวันนัด

อายุ 6 เดือน (ตามแผน)

ตามแผน เมื่อฟีบัสอายุประมาณ 6 เดือน คุณหมอวางแผนให้ได้รับ

* DTaP-IPV-HepB-Hib เข็มที่ 3

* Rotavirus ครั้งที่ 3

* PCV20 เข็มที่ 3

ช่วงอายุ 2–6 เดือน ถือเป็นช่วงสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันในวัยทารก จึงเป็นช่วงที่มีวัคซีนหลายชนิดตามกำหนด เพื่อช่วยป้องกันโรคที่อาจมีความรุนแรงในเด็กเล็ก แม้ว่าตารางวัคซีนจะดูเยอะ แต่เมื่อแบ่งตามช่วงอายุและมีคุณหมอคอยอธิบาย ก็ทำให้เราเข้าใจและติดตามได้ไม่ยาก

อายุ 7–8 เดือน (ตามแผน)

หลังจากผ่านวัคซีนชุดหลักในช่วง 6 เดือนแรก ตามแผนของคุณหมอ ฟีบัสจะเริ่มได้รับ

* วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 1

* วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 2

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเด็กที่เริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครั้งแรกถึงต้องฉีด 2 เข็ม

คุณหมออธิบายว่า เด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน จะต้องได้รับ 2 เข็มตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี หลังจากนั้นจึงฉีดกระตุ้นปีละครั้ง

เราเองก็เพิ่งเข้าใจรายละเอียดตรงนี้ หลังจากศึกษาข้อมูลและพูดคุยกับคุณหมอในช่วงวางแผนวัคซีนของฟีบัส

อายุ 9–12 เดือน (ตามแผน)

ตามแผน ช่วงอายุ 9–12 เดือน ฟีบัสจะได้รับ

* วัคซีน MMR เข็มที่ 1 (หัด หัดเยอรมัน และคางทูม)

* วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มที่ 1

อายุ 12–15 เดือน (ตามแผน)

ตามแผน ช่วงอายุ 12–15 เดือน ฟีบัสจะได้รับ

* วัคซีนอีสุกอีใส

* วัคซีน PCV20 เข็มกระตุ้น

อายุ 1 ปี 6 เดือน (ตามแผน)

ตามแผน เมื่อฟีบัสอายุ 1 ปี 6 เดือน คุณหมอวางแผนให้ได้รับ

* DTaP-IPV-Hib เข็มกระตุ้น

* MMR เข็มที่ 2

* วัคซีนตับอักเสบเอ

ตารางทั้งหมดนี้เป็นตารางของแพ็กเกจที่ครอบครัวเราเลือก ซึ่งอาจแตกต่างจากโรงพยาบาลอื่น หรือคำแนะนำของกุมารแพทย์ในเด็กแต่ละคน ดังนั้นหากลูกของใครมีตารางไม่เหมือนกัน ก็ถือเป็นเรื่องปกตินะคะ

⸻

จนถึงวันนี้

ตอนนี้ฟีบัสเพิ่งอายุ 3 เดือน และเพิ่งผ่านวัคซีนนัดแรกมา แต่สิ่งที่เราประทับใจมากคือ ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล เราไม่ได้ไปแค่เพื่อฉีดวัคซีน

แต่เป็นการตรวจสุขภาพของลูกไปพร้อมกัน

คุณหมอจะตรวจร่างกายก่อนทุกครั้ง

* ชั่งน้ำหนัก

* วัดส่วนสูง

* วัดรอบศีรษะ

* ฟังเสียงหัวใจ

* ฟังปอด

* ตรวจร่างกายโดยรวม

* ประเมินพัฒนาการตามวัย

จากนั้นจึงอธิบายว่าวันนี้จะได้รับวัคซีนอะไร มีประโยชน์อย่างไร และหลังกลับบ้านควรดูแลหรือสังเกตอาการอะไรเป็นพิเศษ

สำหรับเรา สิ่งนี้ทำให้การมาฉีดวัคซีนไม่ใช่แค่การมารับวัคซีนหนึ่งเข็มแล้วกลับบ้าน แต่เหมือนได้อัปเดตสุขภาพและพัฒนาการของฟีบัสในทุกครั้งที่มาพบคุณหมอ

อีกอย่างที่เราประทับใจมากคือ คุณหมอให้เวลาตอบคำถามเสมอ

เราเป็นแม่ที่ชอบจดคำถามไว้ในโทรศัพท์

บางครั้งมีคำถามหลายข้อมาก

ทั้งเรื่องนม เรื่องการนอน เรื่องการแหวะนม เรื่องผื่น เรื่องการเล่น เรื่องพัฒนาการ รวมถึงเรื่องวัคซีน

ทุกครั้งคุณหมอก็อธิบายอย่างละเอียด และไม่เคยทำให้รู้สึกว่าเราถามเยอะเกินไป

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ ความมั่นใจแบบนี้มีค่ามากจริง ๆ

⸻

ถ้ามีคนถามเราว่า สิ่งที่ได้จากการวางแผนวัคซีนตั้งแต่ก่อนลูกเกิดคืออะไร

คำตอบของเราคือ

การเตรียมตัวล่วงหน้าทำให้วันจริงสบายใจขึ้น

การศึกษาข้อมูลก่อนคลอด ทำให้เรามีเวลาคิด มีเวลาเปรียบเทียบ และมีเวลาปรึกษาคุณหมอ โดยไม่ต้องรีบตัดสินใจในวันที่ลูกคลอดหรือวันที่ต้องฉีดวัคซีน

เราไม่ได้พยายามเลือกให้เหมือนใคร

แต่พยายามเลือกในสิ่งที่เหมาะกับลูก และเหมาะกับครอบครัวของเรามากที่สุด

วันนี้พอเห็นข่าวว่าเด็กไทยกำลังจะเข้าถึงวัคซีน PCV ได้มากขึ้น เราก็ดีใจจริง ๆ

เพราะหวังว่าเด็กอีกหลายคนจะได้รับการป้องกันโรคร้ายแรงตั้งแต่ช่วงวัยที่เปราะบางที่สุด และหลายครอบครัวจะมีภาระค่าใช้จ่ายลดลง

โพสต์นี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ใช่การบอกว่าทุกครอบครัวควรเลือกเหมือนเรา

เราแค่อยากบันทึกประสบการณ์การวางแผนวัคซีนปีแรกของฟีบัสไว้ เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเริ่มศึกษาวัคซีนของลูก

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเลือกแพ็กเกจไหน หรือฉีดที่โรงพยาบาลไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพูดคุยกับกุมารแพทย์ที่ดูแลลูก เพื่อร่วมกันเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนมากที่สุด 🤍

#วัคซีนเด็ก #วัคซีนปีแรก #PCV20 #ไอพีดี #วัคซีนเสริม #เลี้ยงลูก #แม่มือใหม่ #พ่อแม่มือใหม่ #สุขภาพเด็ก #พัฒนาการเด็ก #BabyVaccines #Parenting #BabyHealth #MomLife #phbus

7/27 แก้ไขแล้ว