Automatically translated.View original post

I'm 62 years old. # Record as of 4/1/69

Smile, even on days when there's nothing to smile about.

1/4 Edited to

... Read moreในช่วงวัย 62 ปี เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย หลายคนอาจกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือสถานการณ์ชีวิตที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่สิ่งสำคัญที่ฉันได้เรียนรู้คือ "จงยิ้มให้ได้ แม้ในวันที่ไม่มีเรื่องให้ยิ้ม" การยิ้มไม่เพียงแต่เป็นการแสดงอารมณ์ดี แต่ยังเป็นวิธีหนึ่งในการบำบัดจิตใจ ช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังบวกในชีวิตได้จริงๆ ในวันที่รู้สึกเหงาหรือท้อแท้ การยิ้มออกมาแม้ไม่ได้มีเหตุผลชัดเจน จะช่วยเปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นแง่มุมดีๆ รอบตัวมากขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัว การทำสมาธิและฝึกขอบคุณสิ่งเล็กๆ ในชีวิต เช่น แสงแดดยามเช้า เสียงนกร้อง หรือแม้แต่กาแฟถ้วยโปรดในวันว่าง ช่วยเติมเต็มหัวใจให้สดชื่น แม้ว่าบางวันจะไม่มีเหตุการณ์ดีทำให้ยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่การฝึกซ้อมยิ้มก็เป็นเหมือนการออกกำลังกายจิตใจอย่างหนึ่ง หลายคนกลัวว่าเมื่ออายุมากขึ้น จะสูญเสียความสุขและความสดใสไป แต่ฉันกลับพบว่าการยอมรับและเผชิญหน้ากับทุกความรู้สึกอย่างซื่อสัตย์ รวมถึงการสร้างวินัยให้ตัวเองยิ้มในทุกวัน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ชีวิตของฉันมีความสุขมากขึ้น นอกจากนี้ การมีเพื่อนและครอบครัวที่เข้าใจและให้กำลังใจ ก็เป็นแหล่งพลังที่ส่งเสริมให้การยิ้มมีความหมายมากขึ้น การแบ่งปันเรื่องราวและความรู้สึกเหล่านี้ช่วยให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งช่วยเสริมพลังใจในการเผชิญกับวันที่ท้าทาย สุดท้ายนี้ ขอเชิญทุกท่านลองฝึกยิ้มแม้ในวันที่รู้สึกไม่ค่อยดี หรือวันที่เหมือนไม่มีเหตุผลจะยิ้ม เพราะหลายครั้งรอยยิ้มเล็กๆ นั้นสามารถเปลี่ยนมุมมองและชีวิตของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ