มาเชียงรายทั้งทีอย่ารีบกลับ
💙 มาเชียงรายทั้งที…อย่าเพิ่งกลับ ถ้ายังไม่ได้มาที่นี่!
📍 วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย
หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “วัดสีน้ำเงิน”
บอกตรง ๆ ว่าตอนเห็นรูปก็ว่าสวยแล้วนะ
แต่พอมาเห็นของจริงคือ…สวยกว่าที่คิดมาก! 😳💙
จุดเด่นของที่นี่คือวิหารที่ใช้ สีน้ำเงิน–ฟ้า ตัดกับสีทอง แบบจัดเต็ม ตั้งแต่ด้านนอกยันด้านใน ดูโดดเด่นมาก ๆ โดย เฉพาะบันไดพญานาคหน้าวิหาร 📸✨
เข้าไปด้านในจะเจอพระประธานสีขาวองค์ใหญ่
ชื่อว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ”
ยิ่งตัดกับวิหารสีน้ำเงิน ยิ่งทำให้พระประธานดูโดดเด่นมาก 🙏🏻
ที่น่าสนใจคือ วิหารแห่งนี้ออกแบบโดย สล่านก หรือ นายพุทธา กาบแก้ว ศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย ซึ่งเคยร่วมงานกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และวิหารใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 11 ปี ก่อนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2559
ส่วนชื่อ “ร่องเสือเต้น” ก็มีที่มาไม่ธรรมดา 👀
ตามคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ สมัยก่อนบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่ามาก โดยเฉพาะเสือ และชาวบ้านเคยเห็นเสือกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “ร่องเสือเต้น” 🐯
✨ ความรู้สึกหลังไป:
เป็นวัดที่เหมาะทั้งมาไหว้พระ ชมงานศิลปะ และถ่ายรูป มาก ๆ
ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็เดินชมได้ครบ
ถ้ามาเชียงรายแล้วมีเวลา
ปักหมุดไว้เลยค่ะ 📌💙
วัดร่องเสือเต้น = สวยจริง ไม่ได้มีดีแค่สีน้ำเงิน!
#วัดร่องเสือเต้น #เชียงราย #เที่ยวเชียงราย #วัดสีน้ำเงิน #BlueTemple #ที่เที่ยวเชียงราย #เที่ยวเหนือ #Lemon8พาเที่ยว #รีวิวเชียงราย #สายมู #เที่ยววัด
สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปวัดร่องเสือเต้นที่เชียงราย ต้องขอบอกว่าความประทับใจนั้นเกินกว่าที่คิดไว้มาก วัดนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือการใช้โทนสีน้ำเงินและฟ้าผสมผสานกับสีทองอย่างลงตัวตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายในวิหาร เมื่อเราเดินขึ้นบันไดพญานาคก็รู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์และความมหัศจรรย์ของงานศิลปะที่ประดับประดาไว้อย่างละเอียดละออ ภายในวิหารพระประธานสีขาวชื่อ "พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ" เป็นอีกหนึ่งจุดที่โดดเด่นมาก เพราะสีขาวสะอาดตาของพระพุทธรูปตัดกับสีน้ำเงินของโครงสร้างวัดได้อย่างสวยงาม โดยศิลปินที่ออกแบบและสร้างวิหารหลังนี้เป็นศิลปินพื้นบ้านชื่อดังแถวเชียงราย ลักษณะงานแสดงถึงความปราณีตและความยิ่งใหญ่ที่ใช้เวลาสร้างถึง 11 ปี เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ได้รับการพิถีพิถันอย่างสูง นอกจากความสวยงามของตัววัดแล้ว เรื่องราวที่มาของชื่อวัดร่องเสือเต้นก็น่ารู้ไม่น้อย จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ที่เล่าว่า บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของเสือป่าจำนวนมาก และมีภาพของเสือที่กระโดดข้ามร่องน้ำไปมาจนเป็นที่มาของชื่อนี้ ซึ่งเพิ่มเสน่ห์ให้การมาเยือนวัดเป็นประสบการณ์ที่ทั้งมีความหมายและน่าตื่นตาตื่นใจ การมาเยือนวัดร่องเสือเต้นจึงไม่ใช่เพียงแค่การไปไหว้พระ แต่ยังเป็นการสัมผัสกับศิลปะพื้นบ้านที่งดงามและเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง หากคุณมีโอกาสมาเชียงราย อย่าพลาดที่จะใช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เดินชมและถ่ายรูปที่นี่ รับรองว่าจะได้ภาพสวย ๆ และความรู้สึกประทับใจกลับไปแน่นอน นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเที่ยวแนวสายมู หรือผู้ที่ต้องการหามุมถ่ายภาพที่โดดเด่นแปลกตา วัดนี้ตอบโจทย์สุด ๆ และยังอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเชียงราย ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวกและเต็มอิ่มกับการท่องเที่ยวในเชียงรายได้อย่างสมบูรณ์แบบ