รีวิว คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ฉบับเด็กฟิล์มปี 65
ขอบอกก่อนว่าปี 65 ปีเราเป็นปีที่มีการเปลี่ยนการเรียนการสอนเยอะที่สุดเหมือนทดลองหลังสูตรน้องๆปีอื่นหลักสูตรน่าจะเปลี่ยนเเล้ว
🩷 ซัมเมอร์ : อาจารย์จะสอนเกี่ยวกับเเนวหนัง Genre ที่เราชอบเเล้วก็แบ่งกลุ่มตาม Genreที่เราชอบเพื่อไปทำหนังตาม Genre
🩷 ปี 1 : เราเริ่มเรียนเกี่ยวถ่ายรูป เรียนพื้นฐานต่างๆ อุปกรณ์ในการถ่ายหนัง เเล้วก็มีเรียนเกี่ยวกับก ารแสดงด้วย เเล้วก็ไม่ลืมที่จะถ่ายทำหนังเป็นของตัวเอง
🩷ปี 2 : เราเริ่มเรียนเขียนบท การวางโครงเรื่อง มีสอนการใช้กล้อง การตั้งค่า การจัดไฟต่างๆตำแหน่งไฟที่เราต้องรู้ เเล้วก็ไม่ลืมที่จะถ่ายทำหนังเป็นของตัวเอง
🩷ปี 3 : เป็นปีที่เราต้องเลือกเอก ว่าเราจะอยู่เอกไหนเราอยู่เอกโปรดิวเซอร์ เอกนี้จะไม่มีการถ่ายหนังเลย
เพราะะเเค่เรียนก็ปวดหัวเเล้ว แต่สิ่งที่เอกโปรดิวจะได้ทำก็คือการจัดนิทรรศการหนังให้รุ่นพี่ โดยใช้ชื่อว่า Movie season ของเราอยู่ในปีที่9 เลยเป็น
movie season 9 ถึงจะไม่มีทำหนังเเต่เพื่อนก็ไม่ลืมที่จะดึงไปทำหนัง เริ่ด!! บอกเลยว่าปี 3 หนักจริง
🩷ปี 4 : เทอม1 เราฝึกงาน ขอบอกก่อนว่าใครที่จะฝึกงานให้รีบหาไว้ตั้งเเต่ ปี3 เทอม2จะดีกว่าเพราะเราก็หาช่วงนั้น เรามีเรียน1วันโชคดีที่ที่ฝึกงานเราให้ไปเรียนได้ เทอม2 เราต้องทำหนังthesis จบ + ต้องเก็บเสรีอีก1ตัว ก็จบเเล้วววว
✌️กว่าจะมาถึงปี 4 คือไม่ง่ายเลยด้วยความที่เป็นมหาลัยเอกชน เเล้วไม่ได้มีใครมานั่งตามเหมือนตอนมัธยมเนอะมันก็อยู่ที่วินัยของเรา เอาจริงคณะเราคนดรอปไปก็เยอะยังเก็บวิชาที่ติด F หรือวิชาที่ดรอปไว้ก็เยอะ
🗨️ บอกตามตรงว่ามีบางช่วงที่เราขี้เกียจไปเรียนเหมือนกันเป็นวิชา EN ภาษาอังกฤษผมขอบายเลยเกรดเลยออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่😅หลายคนก็น่าจะติดปัญหาที่วิชาENเหมือนกันกับเรา5555
📢 ใครที่สงสัยหรือสนใจคณะสาขานี้ก็ลองคอมเม้นท์มาคุยกันได้ค้าบ หรืออยากแชร์ประสบการณ์ก็ได้คั้บ
#Lemon8ชวนเล่า #กว่าจะมีวันนี้ #มหาลัยกรุงเทพ #ต ิดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่














