カフェに行くだけですが、黒ラベルの抹茶80 gを押して、ほぼ4000、😭🍵を加えますが、これは許可しなければなりません!!
カフェに行くだけですが、ブラックラベル抹茶80 gで家に帰ると😂🍵はほぼ4,000バーツを支払います。ここに1つ置く必要があります!!
KL遅い抹茶は是非NIKO NEKOを試してみてください🌱
🍵REN(ブラックレーベル)
これは欠席勝ち!うま味はとても濃厚ですが、どの抹茶からも食べたことのないピスタチオのようなナッティーがあります。他の😳もいいですが、RENは本当に食べなければなりません。
🍰ほうじ茶抹茶チーズケーキ、お見逃しなく!クリーミーで香ばしく、紅茶で甘すぎない。これが理由でおすすめのダインイン。🤍
⏰テイクアウト。15分待ちます。
ウェイ トテーブルでの食事~20分+ドリンク~15分
4人で行きましょう。抹茶4杯+チーズケーキ1個を注文して、合計1000円以上になります。しかし、80 gの抹茶RENパウダー(ブラックラベル)を家で買って、さらに4000ポンドの😬を支払うのが待ちきれません。次に、店で自分で淹れることを願っています!
#休日はどこへ行くの? #強力なライトクリエイターモールディングミッション #カフェホッピング #美味しいお店をピン留めする #Foodieレビュー
สำหรับคนที่เป็นแฟนมัทฉะอย่างจริงจัง การได้ลองชิม Black Label Matcha REN จาก NIKO NEKO ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเกินราคา แม้จะจ่ายเกือบ 4,000 บาทสำหรับผงมัทฉะ 80 กรัม แต่รสชาติและคุณภาพนั้นถือว่าสุดยอดไม่แพ้มัทฉะระดับพิธีชงในญี่ปุ่น จากการลองชิมพบว่า REN ตัวนี้มีความ Umami ที่เข้มข้นมาก กลิ่น nutty ที่เหมือนถั่วพิสตาชิโอทำให้ผสมผสานความเข้มข้นและละมุนได้อย่างลงตัว แตกต่างจากมัทฉะทั่วไปที่เคยลอง ทำให้รู้สึกว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการได้สัมผัสกับรสชาติมัทฉะระดับพรีเมียม ใครที่ชอบทานของหวานแนะนำให้ลอง Hojicha Matcha Cheesecake ที่ร้านด้วย เพราะความ creamy และกลิ่นหอมของชาโฮจิฉะที่ไม่หวานเกินไป เหมาะกับการนั่งทาน dine-in เพื่อให้ได้รสชาติสมบูรณ์แบบ การรอคิวที่ร้าน NIKO NEKO ค่อนข้างสมเหตุสมผล เพราะลูกค้าสายชาเขียวเต็มร้านทั้ง takeaway และ dine-in ซึ่งแม้รอเครื่องดื่มประมาณ 15-20 นาที แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า สำหรับการนำ Black Label Matcha REN นี้กลับมาชงเองที่บ้าน แนะนำให้ใช้วิธีดั้งเดิมของพิธีชงชา ใช้แปรงชา (chasen) ตีผงชาให้เข้ากันในน้ำร้อนและตั้งใจดื่มเพื่อซึมซับรสชาติอูมามิที่แท้จริง การลองชงเองยังช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของมัทฉะระดับพรีเมียมกับมัทฉะทั่วไปมากขึ้นอีกด้วย โดยรวมแล้ว การไปคาเฟ่ NIKO NEKO ไม่ใช่แค่เรื่องการดื่มชา แต่ยังเป็นประสบการณ์การค้นพบมัทฉะคุณภาพสูงที่ขายในราคาที่สะท้อนถึงความใส่ใจและต้นตำรับจากญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ทำให้คนรักมัทฉะอย่างเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าคุ้มค่าที่จะลองและเก็บไว้ในคอลเลกชันชาเขียวของตัวเองอย่างแน่นอน









