# เราเข้าใจวันที่แย่ของคุณได้… แต่มันไม่ใช่ใบอนุญาตให้คุณทำร้ายคนอื่น
——-
สังคมที่ดูเจริญแล้ว
ชอบสอนให้เราหายใจลึก ๆ
แล้วบอกตัวเองว่า
“เขาคงเจอวันที่แย่มา”
“อย่าไปถือสาเลย”
การพยายามเข้าใจผู้อื่น
เป็นเรื่องที่งดงาม
แต่มีเส้นบาง ๆ
ระหว่าง “ความเข้าใจ”
กับ “การยอมรับพฤติกรรมแย่ ๆ”
ฉันเข้าใจได้
ว่าคุณอาจกำลังเจ็บปวด
อาจถูกกดดัน
อาจกำลังพังจากเรื่องที่ไม่มีใครรู้
แต่ฉันไม่เข้าใจว่า
ตั้งแต่เมื่อไร
ความทุกข์ของคนคนหนึ่ง
ถึงถูกอัปเกรด
ให้กลายเป็นใบอนุญาต
ในการเหวี่ยง
ด่าทอ
ดูถูก
หรือระบายใส่คนที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุ
เพราะเอาเข้าจริง
วันของฉันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกัน
ฉันเองก็มีปัญหา
มีความเหนื่อย
มีเรื่องที่อยากร้องไห้
แต่ฉันยังมีหน้าที่
รับผิดชอบต่อวิธีที่ปฏิบัติกับคนอื่น
ความเจ็บปวด
อธิบายพฤติกรรมได้
แต่มันไม่เคยทำให้พฤติกรรมนั้น
กลายเป็นเรื่องถูกต้อง
ถ้าเรายอมใช้เหตุผลนี้กับทุกคน
โลกก็คงเต็มไปด้วยผู้คน
ที่ทำร้ายกัน
แล้วพูดเพียงว่า
“ขอโทษนะ… ช่วงนี้ชีวิตแย่”
ความเห็นอกเห็นใจ
ไม่ควรหมายถึง
การปล่อยให้คนไร้ความรับผิดชอบ
ต่อการกระทำของตัวเอง
เพราะการเป็นผู้ใหญ่
ไม่ใช่การไม่มีวันที่เลวร้าย
แต่คือการไม่เอาวันที่เลวร้ายของตัวเอง
ไปทำให้วันของคนอื่นเลวร้ายตาม
เราควรมีเมตตา
แต่ไม่จำเป็นต้องยอมรับการถูกปฏิบัติอย่างแย่ ๆ
เราควรเข้าใจ
แต่ไม่จำเป็นต้องยกเว้นความรับผิดชอบ ให้ใคร
เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่บอกความเป็นมนุษย์ของเรา
ไม่ใช่วันที่ชีวิตใจดีกับเรา
แต่คือวันที่ชีวิตใจร้าย
แล้วเรายังเลือก
ไม่กลายเป็นคนใจร้ายกับคนอื่น
คุณเคยใช้ความเจ็บปวดเป็นเหตุผลในการทำร้ายใคร… หรือเคยถูกใครใช้ความเจ็บปวดเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคุณ?
ในชีวิตประจำวัน เราทุกคนล้วนเคยประสบกับวันที่แย่และรู้สึกเจ็บปวดในใจ วันเหล่านั้นอาจทำให้เราอารมณ์เสีย เหนื่อยล้า หรือแม้ร้องไห้ แต่สิ่งสำคัญที่ฉันได้เรียนรู้คือ "ความเจ็บปวดไม่ควรเป็นข้อแก้ตัวในการทำร้ายผู้อื่น" แม้ว่าการระบายความรู้สึกจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ แต่เราจะต้องพยายามควบคุมวิธีที่เราปฏิบัติกับคนรอบตัว ไม่ให้ความทุกข์เป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงทางคำพูดหรือการกระทำ ฉันเคยพบว่าการมองเห็นความทุกข์ใจของคนอื่นด้วยความเมตตาและความเข้าใจ เป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่เพื่อให้อภัยเมื่อเขาปฏิบัติต่อเราหรือผู้อื่นอย่างแย่ หรือยอมรับพฤติกรรมที่ทำร้ายจิตใจคนอื่น ความเห็นอกเห็นใจควรเป็นแรงผลักดันให้เราให้การสนับสนุนและช่วยแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยผ่านความรับผิดชอบของตัวเอง การเป็นผู้ใหญ่จริงๆ คือ การยอมรับว่าชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีวันที่แย่ มีภาระและความเจ็บปวด แต่เรายังต้องตัดสินใจได้ว่าจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นกลายเป็นเหตุผลในการทำร้ายผู้อื่นหรือทำให้วันของคนอื่นแย่ลงไปด้วย ด้วยตัวเอง ฉันพยายามฝึกสติและพิจารณาพฤติกรรมของตัวเองเสมอ เมื่อรู้สึกเครียดหรือเจ็บปวด แม้จะอยากให้ใครสักคนรับฟังหรือเข้าใจ แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากให้ความโกรธนั้นทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ จากประสบการณ์นี้ ฉันเชื่อว่าถ้าเราสามารถแบ่งปันความรู้สึกกันอย่างเปิดใจ พร้อมรักษาความเคารพและความรับผิดชอบร่วมกัน สังคมก็จะเป็นที่ที่คนทุกคนมีความสุขและปลอดภัยมากขึ้น และไม่ต้องรับมือกับความเจ็บปวดด้วยการทำร้ายซึ่งกันและกัน
