ในฐานะคน Gen Y ที่เติบโตมาท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่แน่นอนและความขัดแย้งทางการเมือง ผมเข้าใจความรู้สึกโกรธและผิดหวังที่มีต่อนักการเมืองและระบบเลือกตั้งที่ดูเหมือนจะไม่เคยเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเลย สิ่งที่เห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น การเลือกตั้งที่มักมีข้อครหาเรื่องการทุจริต ส่อแววโกง และการใช้อำนาจของกลุ่มที่มีอำนาจนอกระบบ ทำให้หลายคนใน Gen Y รู้สึกว่าพวกเขาถูกตัดโอกาสในการมีเสียงในการกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง เรื่องนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย รวมถึงแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง นอกจากนี้ เราเขาความรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ กกต. และตำรวจในบางพื้นที่ เช่น กรณีที่พบการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง แม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะได้รับการเปิดเผย แต่กลับไม่มีกระบวนการแก้ไขหรือความรับผิดชอบที่ชัดเจน นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นนี้ปฏิเสธและไม่ไว้ใจระบบปัจจุบัน จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นเพื่อนๆหลายคนฝันถึงอนาคตที่บ้านเมืองจะโปร่งใสและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังกลับถูกขัดขวางโดยผู้มีอำนาจและโครงสร้างที่เน่าเฟะ การเปิดรับความจริงและการพูดคุยในประเด็นเหล่านี้จึงสำคัญมาก เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือ เราควรร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนกลุ่มคนที่กล้าพูด คอยผลักดันระบบให้โปร่งใสขึ้น พร้อมกับใช้พลังเสียงเลือกของเราอย่างมีสติ ทำความเข้าใจสิทธิและหน้าที่ทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง เพื่อไม่ให้ความหวังของคนรุ่นใหม่ต้องสูญเปล่า สุดท้าย ขอให้ทุกคนอย่ายอมแพ้ต่อระบบที่เสียหาย เพราะหากพวกเราเงียบและทนรับกับความจริงที่ไม่เป็นธรรม บ้านเมืองจะไม่มีทางพัฒนาและเอื้อต่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง
2/14 แก้ไขเป็น