Automatically translated.View original post

Taro welded coconut milk juice

Taro welded coconut milk, fragrant pandan leaves

Raw Materials

For taro welding

Taro slice fit word 300 grams

70 grams of sugar

40 grams of beep sugar

½ teaspoon salt

Clean water (enough to flood taro)

2-3 pandan leaves (bundle in knots)

For coconut milk juice

1 cup coconut milk

3 pandan leaves (bundle in knots)

½ teaspoon salt

½ teaspoon rice flour

How to do

1. Weld taro

Bring taro, sugar, peep sugar, salt, and water to the pot to flood the taro.

Put pandan leaves to add fragrance.

Set the center light, simmer for 40 minutes, or until taro softens and syrup seeps into the meat.

2. Make coconut milk

Pour the coconut milk into the pot. Add pandan leaves and salt.

Set the light weak until it boils gently.

Dissolve the rice flour in a little water, then add it, stir until the coconut milk thickens slightly, then lift it down.

3. Serving

Scoop taro welded into a cup, topped with oily coconut milk, ready to eat.

# Taro welding # Trending # Lemon 8 Howtoo # Drug sign with lemon8 # lemon 8 diary

2025/9/6 Edited to

... Read moreถ้าใครค้นหา “เผือกเชื่อม” หรือ “เผือกเชื่อมราดกะทิ” แล้วทำตามสูตรพื้นฐานได้แล้ว แต่อยากให้เนื้อเผือกสวย นุ่มพอดี และน้ำเชื่อมเข้าเนื้อแบบร้านขนมไทย ลองดูทริคที่เราทำแล้วเวิร์กค่ะ 1) เลือกเผือกยังไงให้เชื่อมอร่อย - เลือกหัวเผือกที่แน่น จับแล้วหนัก มือไม่ยวบ ผิวไม่ช้ำ เพราะเผือกที่ช้ำจะเละง่ายตอนเคี่ยว - ถ้าเผือกมีลายเส้นสีม่วงชัด เนื้อจะหอมกว่า (แล้วแต่สายพันธุ์ด้วย) 2) หั่นแล้วต้องแช่น้ำไหม? เราแนะนำให้หั่นแล้วแช่น้ำสะอาดสัก 10–15 นาที เพื่อล้างยาง/แป้งส่วนเกิน จากนั้นสะเด็ดน้ำให้ดี ก่อนลงหม้อเชื่อม น้ำเชื่อมจะใสขึ้น และเผือกไม่เละง่าย 3) เคล็ดลับให้น้ำเชื่อมเข้าเนื้อ ไม่หวานแค่ผิว - ตอนเริ่มเชื่อมให้ใช้ไฟกลางพอเดือด แล้วค่อยลดเป็นไฟกลางอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคนบ่อย เพราะการคนแรงทำให้เผือกแตก - ถ้ากลัวหวานจัด ให้ชิมน้ำเชื่อมช่วงท้ายแล้วเติมน้ำเปล่านิดหน่อยได้ แต่ต้องเคี่ยวต่อให้ความหวาน “ซึมเข้าเนื้อ” อีกรอบ - เผือกจะเข้าเนื้อสวยเมื่อเคี่ยวจนเริ่มใสและเนื้อนุ่มแต่ยังเป็นทรง (ใช้ส้อมจิ้มแล้วผ่านแบบมีแรงต้านนิดๆ) 4) ทำยังไงไม่ให้เผือกเละ/แตกชิ้น - หั่นชิ้นขนาดพอดีคำและให้ใกล้เคียงกัน เพื่อสุกพร้อมกัน - ระหว่างเคี่ยวพยายาม “เขย่าหม้อเบาๆ” แทนการคน จะช่วยไม่ให้ชิ้นเผือกแตก 5) น้ำกะทิราดให้อร่อย หอมมัน และไม่แตกมัน - ใช้ไฟอ่อนและค่อยๆ อุ่นกะทิให้เดือดเบาๆ พอมีฟองขอบหม้อ อย่าเดือดพล่าน - ละลายแป้งข้าวเจ้ากับน้ำก่อนค่อยเทลงไป แล้วคนต่อเนื่องจนข้นเล็กน้อย จากนั้นยกลงทันที - เกลือสำคัญมาก เพราะช่วยตัดหวาน ทำให้กะทิมีมิติ “เค็มมัน” กินกับเผือกเชื่อมแล้วพอดี 6) เสิร์ฟยังไงให้อร่อยที่สุด เราชอบเสิร์ฟแบบเผือกเชื่อมอุ่นๆ แล้วราดกะทิอุ่นอีกที หอมใบเตยมาก แต่ถ้าอยากกินเย็นๆ ให้แยกเก็บเผือกเชื่อมกับน้ำกะทิคนละกล่อง พอจะกินค่อยราด จะไม่ทำให้กะทิเสียเร็ว 7) การเก็บรักษา - เผือกเชื่อมเก็บตู้เย็นได้ประมาณ 3–4 วัน (ควรให้เผือกจมในน้ำเชื่อม) - น้ำกะทิแนะนำทำใหม่หรือเก็บ 1–2 วัน และอุ่นด้วยไฟอ่อนก่อนกิน ใครทำแล้วอยากให้หวานน้อย/หวานมาก หรือชอบกะทิข้นๆ บอกได้นะคะ เดี๋ยวแชร์สัดส่วนที่ปรับแล้วกำลังดีสำหรับราดเผือกเชื่อมค่ะ