สวัสดีครับทุกคน เราชื่อเพื่อน BUCA Talent รุ่นที่ 13

วันนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ลุ้นรับทุนการศึกษาและเปิด Portfolio ที่ติดทุน BUCA Talent คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพครับ

ซึ่งทุนนี้ตามหาเด็กที่มีใจรักในด้านนิเทศศาสตร์และมี DNA ในด้านนิเทศศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังก็ได้ทั้งหมดเลย

ส่วนของ Requirements ของปีเราก็จะมีดังนี้ครับ (อาจจะมีการปรับเปลี่ยน)

-เกรดเฉลี่ย 2.50 ขึ้นไป

-สัญชาติไทยหรือต่างชาติก็ได้ แต่ต้องเรียนนิเทศศาสตร์หลักสูตรไทยได้

-สายสามัญจะได้ทั้ง ม.4-6 หรือ สายอาชีพก็สมัครได้

-มีความสนใจด้านนิเทศศาสตร์

และที่สำคัญมากๆคือการส่งผลงานและเอกสารเพิ่มเติมให้กับทางทุนซึ่งในปีของเราจะให้ส่งดังนี้ครับ

-คลิปผลงานตามโจทย์ 90 วินาที

-Portfolio

-ใบ ปพ.1 ทั้งหน้า และ หลัง

-รูปถ่ายครึ่งตัวเห็นหน้าชัดเจนและแต่งตัวสุภาพ

ในส่วนของ Portfolio นะครับ

เรามีความคิดที่ว่าทำยังไงก็ได้ให้เขาเห็นว่าเรามีความสามารถในด้านนิเทศศาสตร์ และมีความมุ่งมั่นในการที่จะเรียนนิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งในพอร์ตเราจะพยายามเล่าถึงเรื่องราวของตัวเราเองเข้าไปด้วยครับ

สำคัญมากคือพยายามให้เขาเห็นถึงตัวตนของเรามากที่สุด และใส่ความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดครับ

-ผลงานที่ใส่จะไม่เน้นที่ว่าเราทำงานอะไรมาบ้างมากเยอะแค่ไหน แต่จะเน้นที่ว่าผลงานนั้นให้ Skills อะไรกับเราบ้างและจะทำให้เรารักและสนุกในการทำสิ่งนั้นยังไง

-บอกเล่าไปถึงประสบการณ์ของเราว่าเราทำแล้วรู้สึกยังไง ทำไมถึงชอบทำสิ่งนั้น และประสบการณ์นั้นให้อะไรกับเราบ้าง เพื่อให้เขาได้เห็นถึงตัวตนและความชอบของเรา

-ใส่ในสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกเป็นตัวเองที่สุดและมีความสุข เพื่อให้เขาเห็นว่าเรามี Passion ในสิ่งไหน

-พยายามเขียนบรรยายทุกอย่างออกมาจากใจ ออกมาจากความชอบจริงๆ เพราะจะทำให้เขารู้สึกได้ว่าเรามีความชอบสิ่งนั้นจริงๆ

ส่วนของการแข่งขันทุนและการได้เข้ามาเป็นเด็กทุน

-ช่วงเวลาตอนแข่งทุนรู้สึกได้ความรู้เยอะมากๆตั้งแต่เข้ารอบแรกไปเป็นรอบออนไลน์ก็มีพี่ๆมาสอนให้ความรู้มากมายเลย พอถึงช่วง One Day Camp เราจะต้องไป Workshop กับพี่ๆที่มหาวิทยาลัยทำให้เราได้ลองจับและทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ พูดย้อนกลับไปก็ยังรู้สึกสนุกมากๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าการมาสมัครทุนครั้งนี้ไม่เสียดายเลยเพราะขนาดยังไม่ได้เป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยที่นี่ยังได้อะไรกลับมาเยอะขนาดนี้ แถมยังได้มิตรภาพดีๆ ได้เจอกับเพื่อนๆที่มี Passion คล้ายๆกันและชอบอะไรเหมือนๆกัน ทำให้เราได้มีแรงใจในการจะทำในสิ่งที่ชอบต่อไป

-ตอนเข้ามาเป็นเด็กทุน BUCA Talent แล้วรู้สึกว่าเราได้เรียนรู้และลองทำในสิ่งต่างๆได้ไวและลงลึกกว่าคนอื่นมากๆ ซึ่งทำให้เรามี Skills ติดตัวที่เยอะมากขึ้นเพราะบางอย่างที่ได้จากที่นี่ก็ไม่มีในห้องเรียน ซึ่งที่นี่เป็นพื้นที่ที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่าเดิมแน่นอน

สุดท้ายนี้อยากจะให้ทุกคนมองว่านี่คือมุมมองและประสบการณ์ของผมที่ได้พบเจอมา และผมก็อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสและพบเจอสิ่งนั้นเหมือนผม ทุกคนมีตัวตนและเรื่องราวต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันนั้นคือความฝัน ซึ่งการที่จะทำฝันนั้นสำเร็จมันยากมากๆและวันนี้ผมได้ทำก้าวแรกของความฝันผมสำเร็จแล้ว ด้วยความชอบและ Passion ผมอยากจะให้กำลังใจกับทุกๆคนที่อาจจะท้อ อาจจะเหนื่อยอยู่ว่าทำให้เต็มที่และสิ่งที่เราได้รับกลับมาจะไม่ทำให้เราเสียใจภายหลังเลย

และตอนนี้ก็ยังเปิดรับสมัครอยู่นะ รอให้ทุกคนมาเจอกันอยู่

#BUCATalent #BUCA #นิเทศมอกรุงเทพ #ทุนนิเทศ #Dek69

สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/16kzHAmDPW/?mibextid=wwXIfr

2025/12/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเสิร์ชคำว่า BUCA / BUCA Talent แล้วลังเลว่าจะสมัครดีไหม เราขอเติมรายละเอียดที่ตอนเราสมัครอยากให้มีคนสรุปไว้ให้หน่อย (มุมมองเด็กที่ทำพอร์ตสายครีเอทีฟครับ) 1) BUCA Talent เขามองหาอะไรในพอร์ต? จากที่ได้คุย/สังเกตบรรยากาศ สิ่งที่เขาชอบไม่ใช่ “ทำมาเยอะ” แต่คือ “คิดเป็น เล่าเป็น และทำจริง” โดยเฉพาะสายคอนเทนต์-โซเชียลมีเดีย, การสร้างคอนเทนต์, งาน PR, ตัดต่อวิดีโอ, ทำโปสเตอร์/กราฟิก, พิธีกร หรือทำงานเบื้องหลังต่างๆ ถ้าพอร์ตของเราบอกได้ว่าเราถนัดอะไร + มีพัฒนาการ + มีเหตุผลว่าทำไมอยากเรียนนิเทศ โอกาสจะดูน่าสนใจขึ้นมาก 2) โครงพอร์ตที่เราว่าเวิร์ก (ทำตามนี้แล้วอ่านง่าย) - หน้าเปิด: รูปตัวเอง + คำแนะนำตัวสั้นๆ + “คาแรกเตอร์” ของเรา (เช่น ชอบเล่าเรื่อง ชอบทำคอนเทนต์ ชอบอยู่หลังกล้อง) - Why Bangkok University / Why นิเทศ BU: เขียนให้เฉพาะเจาะจงว่าเราคาดหวังอะไร เช่น อยากได้พื้นที่ลองทำโปรดักชันจริง อยากพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และอยากเจอสังคมที่เปิดโอกาสให้เป็นตัวเอง - Skills Summary: สรุปสกิลเป็นข้อๆ เช่น วางแผนคอนเทนต์, ถ่ายทำ, ตัดต่อวิดีโอ, ออกแบบโปสเตอร์, ทำ PR งานโรงเรียน, พิธีกร (ใส่ระดับความถนัดหรือเครื่องมือที่ใช้ได้ยิ่งดี) - Projects/ผลงาน: แนะนำให้ทำ 3–6 ชิ้นแบบ “คัดแล้ว” พร้อมบอกบทบาทของเรา, เป้าหมายงาน, สิ่งที่เรียนรู้ และผลลัพธ์ (ถ้ามียอดวิว/คนเข้าร่วม/ฟีดแบ็ก ใส่ได้) - ลิงก์ผลงาน: ทำ QR ไปยังวิดีโอ/เพจ/ไดรฟ์รวมงาน จะช่วยให้กรรมการดูต่อได้ทันที 3) ไอเดียเลือกผลงานให้เข้ากับนิเทศ (หยิบจากสิ่งที่หลายคนมีอยู่แล้ว) - งาน PR/ประชาสัมพันธ์: เคยทำโปรโมตกิจกรรม/ละครเวที/งานโรงเรียน ใส่ภาพเบื้องหลัง + ตัวอย่างโพสต์/สคริปต์ - โปสเตอร์/กราฟิก: ก่อน–หลัง, คอนเซปต์สี/ฟอนต์, ทำเพื่อสื่อสารอะไร - วิดีโอ: ใส่สตอรี่บอร์ดสั้นๆ + หน้าที่ของเรา (ถ่าย/ตัด/กำกับ) - พิธีกร/หน้ากล้อง: ใส่ภาพงานจริง + สิ่งที่พัฒนาเรื่องการสื่อสาร - งานจัดการกอง/สถานที่: หลายคนมองข้าม แต่เล่าให้เห็นว่าเราทำงานเป็นทีมและรับผิดชอบได้ 4) คลิปตามโจทย์ 90 วินาที ควรเล่าแบบไหน? เราแนะนำโครง “Hook–Skill–Proof–Why BUCA–Close” - Hook 3–5 วิแรก: เปิดด้วยประโยคที่บอกตัวตน - Skill: บอกว่าถนัดอะไรในนิเทศ - Proof: โชว์ภาพ/ช็อตผลงานจริงเร็วๆ - Why: ทำไมถึงอยากเข้าทุน/อยากเรียนนิเทศ ม.กรุงเทพ - Close: จบด้วยเป้าหมายสั้นๆ (อยากเป็นสายคอนเทนต์/โปรดิวเซอร์/ครีเอทีฟ ฯลฯ) 5) โลโก้เพชรเกี่ยวอะไรไหม? เห็นหลายคนเสิร์ช “โลโก้ เพชร” แล้วกังวลเรื่องใส่สัญลักษณ์/โลโก้ในงานออกแบบ ส่วนตัวเราโฟกัสที่ “ทำพอร์ตให้สะอาด อ่านง่าย และเป็นตัวเอง” มากกว่า ถ้าจะใช้ไอคอน/กราฟิกทรงเพชรให้ใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งทั่วไปได้ แต่หลีกเลี่ยงการทำให้เหมือนตราทางการ/โลโก้ของหน่วยงานใดๆ และอย่าใส่จนรก (ความชัดของเนื้อหาสำคัญกว่า) 6) เช็กลิสต์ก่อนกดส่ง (กันพลาดแบบเจ็บๆ) - ไฟล์พอร์ตเปิดได้ทุกเครื่อง ฟอนต์ไม่เพี้ยน - รูปถ่ายสุภาพ หน้าชัด - ปพ.1 หน้าหลังครบ - ลิงก์/QR ทุกอันสแกนได้จริง - สะกดชื่อ–เบอร์ติดต่อ–อีเมลถูกต้อง ถ้าคุณมี Passion ด้านนิเทศจริงๆ แนะนำให้ลองสมัครครับ ต่อให้ยังไม่ชนะทุน ประสบการณ์ทำพอร์ต + ทำคลิป + ได้เวิร์กช็อป/คอมมูนิตี้ มันคุ้มและต่อยอดได้ยาวๆ เลย