ทริคง่ายๆ ลดกลิ่นอับ

#ดูแลตัวเอง

#กลิ่นอับ #กลิ่นเหม็น น้องสาวและน้องชาย

หลายคนมีปัญหาเหล่านี้

อยากจะแนะนำพี่ๆ ซื้อกางเกงในไว้เยอะๆนะคะ

แล้วเปลี่ยนวันละ3-4ตัว

1.ตอนเช้า 1รอบ

2.ตอนเที่ยง1รอบ

3.ตอนเย็น1รอบ

4.กลางคืน อาจจะใส่หรือไม่ใส่แล้วแต่บุคคล

ส่วนตัวยุ้ยใส่นอนค่ะ แต่แบบหลวมๆบางๆที่สุด

เพราะอะไรถึงต้องเปลี่ยนบ่อย

เพราะเรามีของเสีย เหงื่อ ออกรูขุมขน และทวารเบาตลอด

จะมีกลิ่นฉี่ ขี้เกลือ ขี้เปียก สารเหนียวๆออกตลอด

จะมาแบบกลิ่นอับ และกลิ่นเหงื่อ กลิ่นปลาเค็ม กลิ่นไขมัน

กลิ่นคาวออกมา

การใช้กางเกงในลากยาว ตั้งแต่ 7.00 -18.00 เหม็นอยู่แล้ว

ไม่ต้องแปลกใจค่ะ บางคนเรานั่งใกล้ เหม็นกลิ่นกี

เหงื่อมันเยอะค่ะ

ถ้าใครมีปัญหาเรื่องนี้ แนะนำเปลี่ยนบ่อยนะคะ

บางทีล้างน้ำเสร็จ เช็ดให้แห้ง หากกางเกงในเปียก จะเหม็นอับค่ะ

กรดจากฉี่ทำให้ กกน. เป็นรูขาดที่เป้าด้วยค่ะ

ดังนั้น ควรมีกางเกงในเยอะๆ

ซักแล้วตากแดดจัดด้วยนะคะ เพื่อฆ่าเชื้อ

หากเราตากที่ร่มจะมีกลิ่นอับและเชื้อราเกิดขึ้น

กลิ่นจิมิเราจะไม่สะอาด เสี่ยงติดเชื้อในท่อปัสสาวะด้วยค่ะ

แนะนำหลังล้างน้ำเสร็จ ให้ใช้ทิชชูเปียกเช็ดอีกรอบ

ทั้งบริเวณ โจ๊ะโมะ ใต้สะดือ และบริเวณรอบแคม ขาหนีบ

และรูทวารหนักด้วยค่ะ จากนั้นใช้ทิชชูแห้งซับให้ แห้งอีกรอบ

กลิ่นปลาเค็มจะหายไปค่ะ

2025/11/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมกลิ่นอับในบริเวณน้องสาวและน้องชายเป็นปัญหาที่หลายคนประสบพบเจอ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาพโดยรวมของเราอย่างมาก การรู้จักดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง อย่างแรกเลยคือการเปลี่ยนกางเกงในบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 3-4 ตัวตามที่แนะนำ เช่น ตอนเช้า เที่ยง เย็น และกลางคืน เพื่อป้องกันการสะสมของเหงื่อ รอยเปียก และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นอับ กลิ่นฉี่ หรือกลิ่นปลาเค็มที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ควรเลือกกางเกงในที่ทำจากผ้าคุณภาพดี เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าที่มีความสามารถในการดูดซับเหงื่อและระบายอากาศได้ดี เพราะจะช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ การซักกางเกงในก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ควรซักให้สะอาดและตากแดดจัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคอย่างเต็มที่ หากตากในที่ร่มอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและเชื้อรา ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อในท่อปัสสาวะได้ อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยลดกลิ่นได้ดีคือหลังจากล้างน้ำทำความสะอาดบริเวณน้องสาวและลักษณะพิเศษต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ควรใช้ทิชชูเปียกเช็ดซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความชื้น หรือตกค้างของสารคัดหลั่ง และหลังจากนั้นใช้ทิชชูแห้งซับให้แห้งสนิท การทำเช่นนี้จะช่วยลดกลิ่นปลาเค็มและกลิ่นอับในบริเวณโจ๊ะโมะ ใต้สะดือ รอบแคม และขาหนีบ รวมทั้งรูทวารหนักด้วย นอกจากนี้การรักษาความสะอาดตลอดวัน เช่น การอาบน้ำให้ถี่ขึ้นโดยเฉพาะช่วงที่เหงื่อออกมาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงรัดแน่นและผ้าที่ดูดซับเหงื่อไม่ได้ จะช่วยลดสาเหตุการเกิดกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติตามเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ ไม่เพียงช่วยให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไป แต่ยังช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี ลดความเสี่ยงจากการเกิดเชื้อราและการติดเชื้อซ้ำซากในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น อย่าละเลยการดูแลตัวเองในเรื่องนี้นะคะ เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นจากการดูแลที่ดีค่ะ